คุณเคยมีเดือนที่รวม ๆ แล้วเงินพอใช้ แต่ดันต้องยืมเพื่อนหรือรูดบัตรช่วงกลางเดือนไหม สาเหตุบ่อยครั้งไม่ใช่เพราะเงินไม่พอ แต่เพราะ "จังหวะ" ไม่ตรงกัน บิลก้อนใหญ่ต้องจ่ายวันที่ 5 แต่เงินค่าจ้างงานเสริมเข้าวันที่ 15 ช่องว่างสิบวันนี้เองที่ทำให้เครียด ปฏิทินกระแสเงินสดจะช่วยให้เห็นช่องว่างนี้ก่อนมันเกิด

งบประมาณกับกระแสเงินสดต่างกันอย่างไร

งบประมาณตอบคำถามว่า "เงินจะไปที่ไหนบ้าง" ส่วนกระแสเงินสดตอบว่า "เงินจะอยู่ในมือเมื่อไร" ทั้งสองอย่างต้องใช้คู่กัน ถ้ามีแค่งบ เราอาจรู้ว่าเดือนนี้ใช้ได้ 20,000 บาท แต่ไม่รู้ว่าวันที่ 3 ในบัญชีเหลือแค่ 1,000 บาท ขณะที่ต้องจ่ายค่าเช่า 6,000 บาท

ทำปฏิทินกระแสเงินสดใน 30 นาที

  1. ลงวันเงินเข้า เงินเดือน ค่าจ้างงานเสริม ค่าเช่าที่ได้รับ เงินที่คนในบ้านโอนมาให้ ใส่ทุกก้อนพร้อมวันที่คาดว่าจะเข้า
  2. ลงวันเงินออกที่มีกำหนด ค่าเช่า ค่าผ่อน วันครบกำหนดบัตรเครดิต ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าประกัน
  3. ใส่รายจ่ายรายวันแบบเฉลี่ย เช่น ค่ากินและค่าเดินทางวันละ 300 บาท ไม่ต้องแยกละเอียด
  4. คำนวณยอดคงเหลือทีละวัน เริ่มจากยอดในบัญชีวันนี้ บวกเงินเข้า ลบเงินออก แล้วดูว่ามีวันไหนที่ยอดต่ำกว่าศูนย์หรือต่ำกว่าระดับที่สบายใจ

ตัวอย่าง: เดือนของคุณโอ๊ต

คุณโอ๊ตได้เงินเดือน 25,000 บาทเข้าทุกสิ้นเดือน และมีรายได้ฟรีแลนซ์ประมาณ 5,000 บาทเข้ากลางเดือน ต้นเดือนเขามีเงินในบัญชี 25,000 บาท

  • วันที่ 1: จ่ายค่าเช่า 7,000 บาท เหลือ 18,000 บาท
  • วันที่ 5: ผ่อนมือถือ 1,500 บาท และค่าเน็ต 600 บาท เหลือ 15,900 บาท
  • วันที่ 10: ครบกำหนดบัตรเครดิต 6,000 บาท
  • ค่ากินและเดินทางเฉลี่ยวันละ 400 บาท

พอไล่ดูจะเห็นว่า ถึงวันที่ 10 เขาใช้ค่ากินไปแล้วราว 4,000 บาท เหลือ 11,900 บาท จ่ายบัตรแล้วเหลือ 5,900 บาท ยังต้องอยู่อีกห้าวันก่อนเงินฟรีแลนซ์เข้า ใช้วันละ 400 บาทก็ยังพอ แต่ถ้ามีรายจ่ายไม่คาดคิดสักก้อน เช่น ค่าซ่อมรถ 4,000 บาท ช่วงวันที่ 10–15 จะตึงมาก

สิ่งที่คุณโอ๊ตทำได้คือขอเลื่อนวันตัดรอบบัตรเครดิตให้ไปอยู่หลังเงินฟรีแลนซ์เข้า หรือกันเงินกันชนไว้ในบัญชีสักก้อน ปฏิทินทำให้เขาเห็นปัญหาก่อนที่จะต้องรูดบัตรจ่ายบัตร

เทคนิคจัดจังหวะให้ลื่นไหล

  • จัดวันจ่ายบิลให้ใกล้วันเงินเข้า ผู้ให้บริการบางรายยอมให้เลือกหรือเปลี่ยนวันครบกำหนดได้ ลองสอบถามเงื่อนไขกับผู้ให้บริการโดยตรง
  • มีเงินกันชนหนึ่งก้อน ไม่ต้องมาก เก็บไว้ในบัญชีใช้จ่ายเพื่อรองรับช่วงที่เงินตึง ไม่ใช่เงินฉุกเฉินก้อนใหญ่
  • ถือว่ารายได้ไม่แน่นอนยังไม่มา ถ้าเงินฟรีแลนซ์เข้าช้าบ่อย ให้ลงปฏิทินช้ากว่าที่คาดไว้สักหน่อย ดีกว่าวางแผนจากวันที่ดีที่สุด
  • แยกเดือนพิเศษ เดือนที่มีโบนัสหรือบิลรายปี ให้ทำปฏิทินแยก เพราะจังหวะจะต่างจากเดือนปกติ

ทำครั้งเดียว ใช้ได้หลายเดือน

เมื่อทำปฏิทินครั้งแรกแล้ว เดือนต่อ ๆ ไปแค่ปรับตัวเลขที่เปลี่ยน โครงวันเงินเข้าออกส่วนใหญ่จะเหมือนเดิม และเมื่อเห็นภาพซ้ำไปสักสองสามเดือน คุณจะเริ่มรู้สึกได้เองว่าช่วงไหนควรระวัง แบบที่ไม่ต้องเปิดตารางดูด้วยซ้ำ

เริ่มใช้กับ FinFun

เปิดแท็บกระแสเงินสดใน รายงาน แล้วเจาะดูรายวันหรือรายสัปดาห์ จะเห็นว่าเงินเข้าและออกหนาแน่นช่วงไหนของเดือน ใช้ข้อมูลจริงนี้ปรับปฏิทินของคุณ และอย่าลืมบันทึกทุกรายการใน บันทึกล่าสมบัติ เพื่อให้ภาพที่เห็นตรงกับชีวิตจริง