ลองนึกภาพว่าพรุ่งนี้รถเสียกลางทาง ค่าซ่อมหลายพันบาท หรือบริษัทประกาศลดคนแบบไม่ทันตั้งตัว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาไม่ใช่ "ทำไมต้องเป็นฉัน" แต่คือ "เงินจะมาจากไหน" คนที่มีกองทุนฉุกเฉินตอบคำถามนี้ได้ทันที ส่วนคนที่ไม่มีมักต้องพึ่งบัตรเครดิตหรือการยืม ซึ่งทำให้ปัญหาเล็กกลายเป็นปัญหายาว
กองทุนฉุกเฉินคืออะไร และไม่ใช่อะไร
กองทุนฉุกเฉินคือเงินก้อนที่กันไว้สำหรับเหตุไม่คาดฝันที่ จำเป็น เร่งด่วน และไม่ได้วางแผนไว้ เช่น
- ตกงานหรือรายได้หายไปชั่วคราว
- เจ็บป่วยหรือค่ารักษาที่สิทธิ์ไม่ครอบคลุม
- บ้านหรือรถเสียจนกระทบการใช้ชีวิต
- ต้องเดินทางด่วนเพราะเรื่องครอบครัว
สิ่งที่ ไม่ใช่ เหตุฉุกเฉิน ได้แก่ โปรโมชันมือถือรุ่นใหม่ ตั๋วคอนเสิร์ตที่เพิ่งเปิดขาย หรือค่าประกันรถที่ต้องจ่ายทุกปี อย่างหลังเป็นค่าใช้จ่ายที่รู้ล่วงหน้า ควรมีกระปุกแยกของตัวเอง
สูตร "จำนวนเดือน" มาจากไหน
คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยคือ ให้มีเงินสำรองเท่ากับค่าใช้จ่ายจำเป็น 3–6 เดือน ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน สิ่งที่ควรใช้คือ ค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ใช่เงินเดือนทั้งก้อน ได้แก่ ค่าที่พัก อาหาร เดินทาง ค่าน้ำไฟ ค่างวดหนี้ขั้นต่ำ และเงินที่ต้องส่งให้ครอบครัว
ปรับตัวเลขตามความเสี่ยงของคุณ
ให้คะแนนตัวเองจากคำถามเหล่านี้ ยิ่งตอบ "ใช่" มาก ยิ่งควรขยับไปทางจำนวนเดือนที่สูงขึ้น
- รายได้ของคุณไม่แน่นอน เช่น ฟรีแลนซ์ ค้าขาย หรือมีค่าคอมมิชชันเป็นหลัก
- คุณเป็นรายได้หลักคนเดียวของบ้าน
- มีคนที่ต้องดูแล เช่น ลูกเล็กหรือพ่อแม่สูงอายุ
- อาชีพของคุณหางานใหม่ได้ยากหรือใช้เวลานาน
- ยังไม่มีประกันสุขภาพหรือสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ชัดเจน
ถ้าตอบ "ใช่" แทบไม่มีเลย 3 เดือนอาจเพียงพอ ถ้าตอบ "ใช่" เกินครึ่ง ลองตั้งเป้าที่ 6 เดือนหรือมากกว่า ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุด มีแต่คำตอบที่ทำให้คุณนอนหลับสบาย
ตัวอย่าง: คำนวณของ "มิ้นท์"
มิ้นท์เป็นพนักงานบริษัท รายได้ประจำ ไม่มีคนต้องเลี้ยงดู ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนประมาณนี้
- ค่าห้อง 7,000 บาท
- ค่าอาหาร 6,000 บาท
- ค่าเดินทาง 2,000 บาท
- ค่าน้ำไฟและโทรศัพท์ 1,000 บาท
- ค่างวดหนี้และอื่น ๆ 4,000 บาท
รวม 20,000 บาทต่อเดือน มิ้นท์ตอบ "ใช่" แค่ข้อ 5 จึงเลือก 4 เดือน เป้าหมายคือ 80,000 บาท ถ้าเก็บได้เดือนละ 5,000 บาท จะใช้เวลาราว 16 เดือน ระหว่างทางเธอแบ่งด่านย่อยเป็น 20,000 บาท (หนึ่งเดือน) เพื่อให้มีกำลังใจตั้งแต่ช่วงต้น
เก็บไว้ที่ไหนดี
หลักคิดของเงินก้อนนี้คือ ถอนได้เร็ว ความเสี่ยงต่ำ และแยกจากเงินใช้จ่าย ผลตอบแทนเป็นเรื่องรอง เพราะหน้าที่ของมันคือเป็นร่ม ไม่ใช่เครื่องจักรทำเงิน ควรเลือกที่ที่เงินต้นไม่ผันผวน และไม่ติดเงื่อนไขถอนก่อนกำหนดที่ทำให้เสียประโยชน์มาก ก่อนเลือกบัญชีหรือผลิตภัณฑ์ใด ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง
อีกเคล็ดลับคือ อย่าผูกบัญชีนี้กับแอปจ่ายเงินหรือบัตรที่ใช้ทุกวัน ยิ่งต้องใช้ขั้นตอนเพิ่มสักนิดก่อนถอน ยิ่งช่วยกันการหยิบมาใช้แบบไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อไหร่ควรทบทวนตัวเลข
กองทุนฉุกเฉินไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ควรกลับมาคำนวณใหม่เมื่อ
- ย้ายบ้านหรือค่าที่พักเปลี่ยน
- แต่งงาน มีลูก หรือรับดูแลพ่อแม่
- เปลี่ยนงานจากประจำเป็นอิสระ หรือกลับกัน
- มีหนี้ก้อนใหม่ที่ทำให้ค่างวดสูงขึ้น
ทบทวนปีละครั้งก็พอ หรือทุกครั้งที่ชีวิตมีเหตุการณ์ใหญ่
และถ้าวันหนึ่งต้องหยิบเงินก้อนนี้มาใช้จริง ไม่ต้องรู้สึกผิด นั่นแปลว่ามันทำหน้าที่ของมันสำเร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือวางแผนเติมกลับให้เต็มอีกครั้ง ก่อนจะนำเงินส่วนเกินไปใช้กับเป้าหมายอื่น
เริ่มใช้กับ FinFun
ลองดูค่าใช้จ่ายจริงย้อนหลังในหน้า รายงาน เพื่อหาตัวเลขค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนของคุณ จากนั้นสร้างภารกิจ "กองทุนฉุกเฉิน" ในหน้า ภารกิจหลัก และติ๊กว่าเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อให้แผนการเงินนับรวมด้วย แล้วดูแถบความคืบหน้าขยับทุกครั้งที่ฝากเงิน