คำแนะนำเรื่องกองทุนฉุกเฉิน 3–6 เดือนฟังดูดี จนกระทั่งเราลองคูณเลข แล้วพบว่าต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึง สำหรับคนที่เงินเดือนเข้ามาแล้วก็ออกไปแทบหมด ตัวเลขนั้นไม่ได้ให้แรงบันดาลใจ มันทำให้ท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม บทความนี้จึงไม่ได้เริ่มจากตัวเลขใหญ่ แต่เริ่มจาก บาทแรก

เปลี่ยนเป้าใหญ่เป็นเลเวล

แทนที่จะมองกองทุนฉุกเฉินเป็นก้อนเดียว ให้มองเป็นด่านที่ค่อย ๆ ปลดล็อก

  • เลเวล 1: 1,000 บาท พอรับมือเรื่องเล็ก เช่น ยางรถรั่ว ค่ายาที่ต้องซื้อเอง
  • เลเวล 2: 5,000 บาท พอสำหรับค่าซ่อมมือถือ หรือค่าเดินทางกลับบ้านด่วน
  • เลเวล 3: ค่าใช้จ่ายจำเป็น 1 เดือน เริ่มมีลมหายใจถ้ารายได้สะดุด
  • เลเวล 4: 3 เดือนขึ้นไป เป้าระยะยาวที่ค่อยไต่ไปเมื่อรายได้ดีขึ้น

แค่ผ่านเลเวล 1 ก็เปลี่ยนชีวิตได้แล้ว เพราะเรื่องฉุกเฉินเล็ก ๆ จะไม่ต้องพึ่งบัตรเครดิตหรือการยืมอีก

หาเงินจากช่องที่ไม่เจ็บตัว

เมื่อรายได้มีจำกัด การตัดรายจ่ายใหญ่อาจทำไม่ได้ ลองหา "เงินหล่น" จากช่องเล็ก ๆ แทน

  1. ปัดเศษ ทุกครั้งที่จ่ายเงิน ปัดขึ้นเป็นหลักสิบแล้วโอนส่วนต่างเข้าออม จ่าย 67 บาท โอนออม 3 บาท
  2. เหรียญและแบงก์ย่อย เหรียญสิบและแบงก์ยี่สิบที่ได้เป็นเงินทอน ใส่กระปุกทุกคืน แล้วฝากเข้าบัญชีเมื่อสิ้นเดือน
  3. เงินพิเศษที่ไม่ได้คาด เงินคืนภาษี ค่าล่วงเวลา เงินขวัญถุง ให้กันไว้ครึ่งหนึ่งทันทีก่อนจะใช้
  4. ขายของที่ไม่ใช้ เสื้อผ้า อุปกรณ์ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้แตะ เปลี่ยนเป็นเงินตั้งต้นให้เลเวล 1
  5. ต่อรองรายจ่ายประจำ ลองโทรถามผู้ให้บริการโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตว่ามีแพ็กเกจที่ถูกกว่าและพอใช้หรือไม่

ตัวอย่าง: เงินเดือน 15,000 บาท

"บีม" ทำงานได้เงินเดือน 15,000 บาท หลังจ่ายค่าห้อง ค่ากิน ค่าเดินทาง และส่งให้แม่ เหลือแทบไม่มีเลย บีมเลยวางแผนแบบนี้

  • ปัดเศษทุกการจ่าย ได้ราว 300 บาท ต่อเดือน
  • ใส่เหรียญสิบลงกระปุกทุกวัน ได้ราว 300 บาท ต่อเดือน
  • ลดการสั่งเครื่องดื่มนอกบ้านจากวันละแก้วเหลือสัปดาห์ละ 3 แก้ว ได้ราว 400 บาท ต่อเดือน

รวมเดือนละประมาณ 1,000 บาท บีมผ่านเลเวล 1 ในเดือนแรก และถ้ารักษาจังหวะได้ จะผ่านเลเวล 2 ในเวลาราว 5 เดือน ระหว่างทาง ถ้าได้ค่าล่วงเวลาหรือเงินพิเศษ ก็จะไปถึงเร็วกว่านั้น

ตัวเลขไม่ได้ใหญ่ แต่ครั้งต่อไปที่มือถือจอแตก บีมจะไม่ต้องรูดบัตรหรือยืมใคร

ปกป้องเงินก้อนเล็กให้รอด

เงินก้อนเล็กถูกใช้หมดง่ายกว่าเงินก้อนใหญ่ เพราะรู้สึกว่า "แค่นิดเดียวเอง" ลองตั้งกติกาเหล่านี้

  • แยกบัญชีหรือกระเป๋าไว้ต่างหาก อย่าปนกับเงินใช้จ่าย
  • เขียนนิยามของคำว่า "ฉุกเฉิน" ไว้ให้ชัด เช่น เรื่องสุขภาพ ที่พัก การทำงาน
  • ถ้าต้องใช้ ให้ใช้โดยไม่รู้สึกผิด แล้วกลับมาเติมทันทีในเดือนถัดไป

เมื่อรายได้เพิ่ม อย่าลืมเร่งเครื่อง

วันที่ได้ขึ้นเงินเดือน ได้งานเสริม หรือค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่งหมดไป เช่น ผ่อนของครบแล้ว ให้ส่งเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเข้ากองทุนทันที ก่อนที่มันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายใหม่ นี่คือจังหวะที่เลเวลจะขยับเร็วที่สุด โดยที่ชีวิตประจำวันไม่ต้องลำบากกว่าเดิม

อย่าลืมดูแลใจตัวเอง

การออมตอนรายได้น้อยต้องใช้ความอดทนมากกว่าคนอื่น อย่าเปรียบเทียบกับตัวเลขของใครในโซเชียล ความก้าวหน้าของคุณวัดจากตัวคุณเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่ใช่จากคนอื่น และถ้าเดือนไหนเก็บไม่ได้เลย ก็ไม่ได้แปลว่าล้มเหลว เดือนหน้าเริ่มใหม่ได้เสมอ

เริ่มใช้กับ FinFun

สร้างภารกิจ "เงินสำรองเลเวล 1" ที่ 1,000 บาทในหน้า ภารกิจหลัก แล้วติ๊กเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อผ่านแล้วค่อยแก้ยอดเป็นเลเวลถัดไป ส่วนการหาเงินหล่น ลองจดทุกรายจ่ายในหน้า ธุรกรรม สักสองสัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นช่องให้ออมที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน