ข่าวดีว่ากำลังจะมีลูกคนแรก มักตามมาด้วยคำถามว่า "เราพร้อมเรื่องเงินหรือยัง" ความจริงคือไม่มีใครพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การรู้ล่วงหน้าว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ช่วงไหนหนัก และสิทธิอะไรที่ใช้ได้ จะช่วยให้ครอบครัวรับมือได้อย่างใจเย็น และมีเวลาให้ลูกมากขึ้นแทนที่จะเครียดเรื่องเงิน

แบ่งค่าใช้จ่ายเป็นสามช่วง

ช่วงตั้งครรภ์

  • ค่าฝากครรภ์ ตรวจ และวิตามิน
  • เสื้อผ้าคุณแม่ที่เปลี่ยนไปตามอายุครรภ์
  • การเดินทางไปพบแพทย์

ช่วงคลอด

  • ค่าคลอดและค่าห้องพัก ซึ่งต่างกันมากตามโรงพยาบาลและวิธีคลอด
  • ของใช้เตรียมคลอดสำหรับแม่และลูก

ขวบปีแรก

  • นม ผ้าอ้อม และของใช้ประจำ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทุกเดือน
  • วัคซีนและการตรวจตามนัด
  • อุปกรณ์ชิ้นใหญ่ เช่น เตียง คาร์ซีท รถเข็น
  • ค่าคนช่วยเลี้ยงหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ถ้าพ่อแม่กลับไปทำงาน

ตรวจสิทธิสวัสดิการก่อนใช้เงินตัวเอง

หลายครอบครัวมีสิทธิที่ช่วยลดภาระได้ เช่น สิทธิจากประกันสังคม สวัสดิการของที่ทำงาน หรือประกันสุขภาพที่มีอยู่ แต่ละสิทธิมีเงื่อนไขและขั้นตอนต่างกัน ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายบุคคลตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงเรื่องวันลาคลอดและรายได้ในช่วงลา ซึ่งมีผลกับงบครอบครัวโดยตรง

ตัวอย่าง: เก็บเงินก้อนรับลูกใน 8 เดือน

พิมกับแบงก์ประเมินว่าช่วงคลอดและของใช้ชิ้นใหญ่จะต้องใช้เงินราว 80,000 บาท หลังหักสิทธิที่คาดว่าจะได้รับ ทั้งคู่มีเวลาประมาณ 8 เดือน จึงตั้งเป้าเก็บเดือนละ 10,000 บาท

นอกจากนี้ยังประเมินว่าหลังลูกเกิด ค่าใช้จ่ายประจำจะเพิ่มขึ้นราวเดือนละ 6,000 บาท ทั้งคู่เลยเริ่ม "ซ้อมงบ" ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ โดยกันเงิน 6,000 บาทเข้าบัญชีเก็บทุกเดือนเหมือนลูกเกิดแล้ว ถ้าใช้ชีวิตได้ตามปกติ แปลว่างบรับไหว และเงินที่ซ้อมกันไว้ก็กลายเป็นเงินสำรองเพิ่มอีกก้อน

ปรับงบครอบครัวก่อนวันสำคัญ

  • ทบทวนค่าใช้จ่ายอยากได้ของพ่อแม่ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นช่วงนี้
  • เพิ่มเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะรายได้อาจลดลงช่วงลาคลอด และค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันเกี่ยวกับสุขภาพเกิดได้เสมอ
  • ทบทวนความคุ้มครองของคนหาเงินหลักในบ้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวจะอยู่ได้อย่างไร
  • อย่าก่อหนี้ก้อนใหม่ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

ของใช้เด็ก ซื้ออย่างไรไม่บานปลาย

ความรักทำให้อยากซื้อทุกอย่างที่ดีที่สุด แต่เด็กโตเร็ว ของหลายชิ้นใช้ได้แค่ไม่กี่เดือน

  • ทำรายการของที่จำเป็นจริงก่อนคลอด ที่เหลือซื้อเมื่อรู้ว่าต้องใช้
  • รับของต่อจากญาติหรือเพื่อน หรือหาของมือสองสภาพดีสำหรับของที่ใช้สั้น ยกเว้นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ควรตรวจสภาพให้แน่ใจ
  • ถ้าเพื่อนถามว่าอยากได้ของขวัญอะไร ลองทำรายการของที่ต้องใช้จริงไว้ จะได้ไม่ได้ของซ้ำ

คุยกันให้ชัดเรื่องการเลี้ยงดู

ก่อนลูกเกิด พ่อแม่มือใหม่ควรคุยกันเรื่องที่มีผลกับเงินโดยตรง เช่น ใครจะลาเลี้ยงลูกนานแค่ไหน จะให้ปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยง จ้างพี่เลี้ยง หรือใช้สถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ละทางเลือกมีต้นทุนต่างกันมาก ทั้งเงินและเวลา

ถ้าคนหนึ่งตัดสินใจหยุดงานหรือลดเวลางานเพื่อดูแลลูก รายได้ครอบครัวจะลดลง ควรลองคำนวณงบครอบครัวด้วยรายได้ที่ลดลงนั้นตั้งแต่ตอนนี้ และตกลงกันว่าเงินเก็บและเป้าหมายส่วนตัวของคนที่หยุดงานจะดูแลอย่างไร เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกว่าเสียสละอยู่ฝ่ายเดียว

มองไกลกว่าขวบปีแรก

เมื่อผ่านช่วงแรกไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆ ทั้งค่าเลี้ยงดู ค่าเรียน และกิจกรรม การเริ่มเก็บเงินเพื่อการศึกษาของลูกตั้งแต่ยังเล็ก แม้เดือนละไม่มาก จะช่วยให้ภาระในอนาคตเบาลงมาก

เริ่มใช้กับ FinFun

สร้างภารกิจ "รับสมาชิกใหม่" ที่ ภารกิจ พร้อมวันครบกำหนดใกล้วันคลอด แล้วสร้างหมวดหมู่รายจ่ายใหม่สำหรับของใช้ลูกตอนบันทึกรายการ เพื่อดูแนวโน้มค่าใช้จ่ายนี้ในแท็บหมวดหมู่ของ รายงาน ได้ชัดเจนทุกเดือน