ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่หลายคนรอคอย วันหยุดยาว อากาศดี และโอกาสได้พักจากงานทั้งปี แต่ก็เป็นช่วงที่หลายคนรูดบัตรเที่ยวแบบไม่คิด แล้วเริ่มปีใหม่ด้วยบิลก้อนโต ถ้ายังเหลือเวลาอีกสามเดือนกว่า นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดที่จะเริ่มเก็บเงินทริป เพราะเวลายังพอให้เก็บแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรัดเข็มขัดจนเครียด

ขั้นที่ 1: กำหนดทริปให้ชัด

ทริปที่ยังเป็นแค่ความฝัน เก็บเงินยาก เพราะไม่รู้ว่าต้องเก็บเท่าไร ลองตอบสามข้อ

  1. ไปที่ไหน กี่วัน กี่คน
  2. เดินทางช่วงไหน ช่วงที่คนเที่ยวเยอะราคามักสูงกว่า
  3. สไตล์การเที่ยวเป็นแบบไหน ประหยัด พอดี หรือจัดเต็ม

ขั้นที่ 2: คำนวณงบเป็นหมวด

  • ค่าเดินทางไปกลับ
  • ที่พัก
  • อาหาร
  • ค่าเดินทางในพื้นที่และค่าเข้าชมสถานที่
  • ของฝากและช้อปปิ้ง
  • ประกันการเดินทาง และค่าเอกสาร ถ้าไปต่างประเทศ ตรวจสอบเงื่อนไขเอกสารล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เงินเผื่อฉุกเฉินระหว่างทริป

หมวดที่มักลืมคือของฝากกับเงินเผื่อ ใส่ไว้ตั้งแต่แรกจะได้ไม่บานปลายตอนอยู่ที่หน้าร้าน

ตัวอย่าง: ทริปเชียงใหม่ 4 วันสำหรับ 2 คน

สมมติงบรวม 24,000 บาท แบ่งเป็น

  • ค่าเดินทางไปกลับ 8,000 บาท
  • ที่พัก 3 คืน 6,000 บาท
  • อาหาร 4,000 บาท
  • เดินทางในพื้นที่และค่าเข้าชม 3,000 บาท
  • ของฝากและเงินเผื่อ 3,000 บาท

ถ้าเริ่มเก็บกลางเดือนกันยายน และเดินทางปลายเดือนธันวาคม มีเวลาราว 15 สัปดาห์ ต้องเก็บสัปดาห์ละ 1,600 บาท ถ้าไปกันสองคน แบ่งกันเก็บคนละ 800 บาทต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้เบากว่าการต้องหาเงิน 24,000 บาทในเดือนเดียวมาก

ขั้นที่ 3: หาเงินเก็บจากชีวิตประจำวัน

  • ตั้งเก็บอัตโนมัติทุกวันเงินเดือนออก ก่อนจะเหลือไปใช้อย่างอื่น
  • ลดรายจ่ายอยากได้บางอย่างชั่วคราว แล้วโยกเงินส่วนนั้นเข้าทริป
  • ขายของที่ไม่ได้ใช้แล้วในบ้าน
  • เงินพิเศษที่ได้ระหว่างนี้ เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา แบ่งเข้าทริปบางส่วน

ถ้าเก็บไม่ทัน ปรับทริป ไม่ใช่ปรับเป็นหนี้

ผ่านไปสักเดือนแล้วพบว่าเก็บได้ช้ากว่าแผน อย่าเพิ่งคิดว่าเดี๋ยวค่อยรูดบัตรส่วนที่ขาด ลองปรับที่ตัวทริปแทน

  • ลดจำนวนคืนลงหนึ่งคืน
  • เปลี่ยนที่พักเป็นแบบที่เรียบง่ายขึ้น แต่ยังสะอาดและปลอดภัย
  • เลือกเดินทางวันธรรมดาแทนวันที่คนเที่ยวเยอะ ถ้าราคาต่างกัน
  • เปลี่ยนจุดหมายเป็นที่ใกล้ขึ้น ใช้ค่าเดินทางน้อยลง

ทริปที่เล็กลงแต่จ่ายด้วยเงินสด ให้ความสบายใจมากกว่าทริปใหญ่ที่ต้องผ่อนต่ออีกหลายเดือนหลังกลับมา และความทรงจำดี ๆ ก็ไม่ได้ขึ้นกับราคาของทริปเสมอไป

ขั้นที่ 4: จองอย่างมีแผน

การจองล่วงหน้ามักได้ราคาดีกว่าช่วงใกล้วันเดินทาง แต่ให้จองเมื่อมีเงินพอจ่ายส่วนนั้นแล้ว อ่านเงื่อนไขการยกเลิกหรือเปลี่ยนวันให้ละเอียด ถ้าจำเป็นต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพื่อความสะดวก ให้ใช้เงินที่เก็บไว้แล้วจ่ายเต็มจำนวนเมื่อบิลมา ไม่ใช่รูดแล้วค่อยหาเงินทีหลัง

ระหว่างทริป: สนุกโดยไม่หลุดงบ

  • แบ่งงบรายวัน เช่น อาหารและเที่ยววันละเท่าไร
  • จดรายจ่ายทุกเย็นก่อนนอน ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที
  • ถ้าวันไหนใช้เกิน วันถัดไปเลือกกิจกรรมที่ประหยัดกว่า
  • ของฝากกำหนดรายชื่อคนไว้ล่วงหน้า จะไม่เผลอซื้อเกิน

กลับมาแล้วทำอะไรต่อ

สรุปค่าใช้จ่ายจริงเทียบกับงบ ถ้ามีเงินเหลือ อาจโยกไปเป็นเงินตั้งต้นของทริปครั้งหน้า หรือเติมเงินสำรองฉุกเฉิน ความรู้สึกที่ได้เที่ยวแล้วกลับมาไม่มีหนี้ จะทำให้คุณอยากวางแผนแบบนี้อีกในทุกทริป

เริ่มใช้กับ FinFun

สร้างภารกิจ "ทริปปลายปี" ที่ ภารกิจ ใส่ยอดเป้าหมายและวันเดินทางเป็นวันครบกำหนด แล้วกดฝากเงินทุกสัปดาห์ ถ้าไปกับเพื่อนหรือแฟน ลองสร้างสนามที่ ลานประลอง ส่งรหัสให้กัน ทุกคนเห็นความคืบหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์ ช่วยกระตุ้นให้เก็บถึงเป้าก่อนวันเดินทาง