การตกงานแบบไม่ทันตั้งตัวเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่กระทบการเงินและจิตใจมากที่สุด ความกังวลมักทำให้ตัดสินใจเร็วเกินไป เช่น รีบกู้เงิน หรือรับงานแรกที่เข้ามาโดยไม่คิด บทความนี้เป็นแผน 30 วันแรกแบบทีละสัปดาห์ เป้าหมายคือยืดเวลาที่เงินพอใช้ให้นานที่สุด เพื่อให้คุณมีเวลาหางานที่เหมาะจริง ๆ

สัปดาห์ที่ 1: หายใจ และเก็บข้อมูลให้ครบ

  • ขอเอกสารจากนายจ้างให้ครบ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน และรายละเอียดเงินที่จะได้รับเมื่อออกจากงาน
  • ตรวจสิทธิที่อาจได้รับ เช่น ค่าชดเชยตามกฎหมาย เงินจากกองทุนของที่ทำงาน หรือสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน แต่ละสิทธิมีเงื่อนไขและระยะเวลายื่น ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
  • ตรวจว่าสิทธิรักษาพยาบาลจากที่ทำงานยังใช้ได้ถึงเมื่อไร และต้องทำอะไรต่อ
  • บอกคนในบ้านอย่างตรงไปตรงมา การปิดบังทำให้ครอบครัวใช้จ่ายตามปกติ ซึ่งยิ่งทำให้เงินหมดเร็ว

สัปดาห์ที่ 2: คำนวณเวลาที่เงินพอใช้

รวมเงินที่เข้าถึงได้จริง ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน เงินในบัญชี และเงินที่จะได้รับจากการออกจากงาน แล้วหารด้วยค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน ผลลัพธ์คือจำนวนเดือนที่คุณมีเพื่อหางาน

แยกค่าใช้จ่ายเป็นสามกลุ่ม

  1. ต้องจ่าย: ที่พัก อาหาร ค่าน้ำไฟ ค่างวดขั้นต่ำ ประกันสุขภาพ
  2. ลดได้: ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ อาหารนอกบ้าน
  3. หยุดได้ทันที: ค่าสมาชิกรายเดือน ช้อปปิ้ง ความบันเทิงที่มีค่าใช้จ่าย

ตัวอย่าง: เงินที่มี 120,000 บาท

โอ๊ตมีเงินสำรองฉุกเฉิน 90,000 บาท และได้เงินจากการออกจากงาน 30,000 บาท รวม 120,000 บาท ค่าใช้จ่ายปกติเดือนละ 24,000 บาท ถ้าใช้เท่าเดิม เงินจะอยู่ได้ 5 เดือน

เมื่อตัดกลุ่มที่หยุดได้และลดกลุ่มที่ลดได้ ค่าใช้จ่ายเหลือเดือนละ 15,000 บาท เงินก้อนเดิมจะยืดไปได้ 8 เดือน การปรับไม่กี่อย่างทำให้โอ๊ตมีเวลาหางานเพิ่มขึ้นถึง 3 เดือน

สัปดาห์ที่ 3: จัดการหนี้ก่อนมันจัดการเรา

  • จ่ายอย่างน้อยค่างวดขั้นต่ำทุกก้อน เพื่อรักษาประวัติการชำระ
  • ถ้ารู้ว่าจะจ่ายไม่ไหวในอีกไม่กี่เดือน ให้ติดต่อเจ้าหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสอบถามทางเลือก เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนจะผิดนัด
  • หลีกเลี่ยงการกู้ใหม่เพื่อใช้จ่ายประจำ โดยเฉพาะเงินกู้นอกระบบ
  • ไม่ถอนเงินที่เก็บไว้เพื่อเกษียณมาใช้ก่อน ถ้ายังมีทางเลือกอื่น เพราะอาจเสียสิทธิหรือเสียโอกาสระยะยาว

สัปดาห์ที่ 4: สร้างรายได้เชื่อมต่อ

ระหว่างหางานประจำ ลองหารายได้ชั่วคราวจากทักษะที่มี เช่น รับงานฟรีแลนซ์ สอนพิเศษ หรืองานพาร์ตไทม์ แม้รายได้ไม่มาก แต่ทุกบาทที่เข้ามาช่วยยืดเวลาเงินสำรอง และช่วยให้มีกิจวัตรที่ดีต่อใจ

ตั้งตารางหางานให้เหมือนงานประจำ เช่น ทุกเช้าอัปเดตประวัติและสมัครงาน บ่ายเรียนทักษะเพิ่มหรือติดต่อเครือข่าย

สิ่งที่ไม่ควรทำในเดือนแรก

  • ใช้เงินชดเชยก้อนแรกไปกับการให้รางวัลตัวเองหรือเที่ยวพักใจแบบเต็มที่ เพราะยังไม่รู้ว่าจะหางานได้เมื่อไร
  • ลงทุนเงินก้อนสุดท้ายในธุรกิจหรือสินทรัพย์เสี่ยงเพราะหวังว่าจะได้รายได้เร็ว
  • รับข้อเสนองานที่ต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะได้เริ่มงาน ซึ่งมักเป็นกลโกง
  • รีบปิดความคุ้มครองประกันสุขภาพเพื่อประหยัด โดยไม่มีสิทธิอื่นมาแทน

การตัดสินใจเรื่องเงินก้อนใหญ่ช่วงนี้ ควรรอให้ใจนิ่งก่อน อย่างน้อยสองสามสัปดาห์หลังจากตกงาน

ดูแลใจไปพร้อมกับกระเป๋า

การตกงานไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนตัว มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน นอนให้พอ ออกกำลังกาย คุยกับคนที่ไว้ใจ ใจที่นิ่งช่วยให้ตัดสินใจเรื่องเงินได้ดีกว่ามาก

เมื่อได้งานใหม่แล้ว อย่าลืมเติมเงินสำรองฉุกเฉินกลับ บทเรียนจากช่วงนี้คือเหตุผลที่ดีที่สุดว่าทำไมเงินก้อนนี้สำคัญ

เริ่มใช้กับ FinFun

ดูตัวเลขเวลาอยู่รอดที่ กลยุทธ์ ซึ่งประมาณว่าความมั่งคั่งสุทธิจะพอใช้กี่วันตามอัตราการใช้จ่ายเดือนนี้ แล้วปรับแผนที่ แผนการเงิน ให้กลุ่มอยากได้ลดลงชั่วคราว การเปลี่ยนแผนจะเริ่มมีผลวันที่ 1 ของเดือนถัดไป ระหว่างนี้ใช้สีสถานะช่วยคุมรายจ่าย