กลางเดือนพฤษภาคม ถนนหน้าโรงเรียนเริ่มคึกคัก ร้านชุดนักเรียนคิวยาว และพ่อแม่หลายคนกำลังคิดว่าจะเอาเงินก้อนจากไหนมาจ่ายค่าเทอม บางบ้านรูดบัตร บางบ้านยืมญาติ แล้วค่อยผ่อนคืนไปจนเกือบถึงเทอมหน้า วนแบบนี้ทุกปี ค่าเทอมไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน มันคือค่าใช้จ่ายที่รู้ล่วงหน้าหลายปี เราจึงวางแผนได้
ขั้นที่ 1: ทำปฏิทินการศึกษาทั้งเส้นทาง
หยิบกระดาษหนึ่งแผ่น เขียนปีปัจจุบันไว้ซ้ายมือ แล้วไล่ไปทางขวาจนถึงปีที่ลูกน่าจะเรียนจบ ใส่ระดับชั้นของลูกแต่ละปีลงไป จุดที่ต้องวงไว้คือ ปีที่เปลี่ยนระดับ เช่น เข้าอนุบาล เข้าประถม เข้ามัธยม และเข้ามหาวิทยาลัย เพราะมักมาพร้อมค่าแรกเข้า ค่าอุปกรณ์ใหม่ และบางครั้งค่าเทอมที่สูงขึ้น
ถ้ามีลูกมากกว่าหนึ่งคน ให้เขียนเส้นของทุกคนในแผ่นเดียวกัน จะเห็นทันทีว่าปีไหนมีสองคนเปลี่ยนระดับพร้อมกัน ซึ่งเป็นปีที่ต้องเตรียมหนักเป็นพิเศษ
ขั้นที่ 2: แยกค่าเทอมออกจากค่าใช้จ่ายแฝง
ค่าเทอมตามใบแจ้งเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ค่าใช้จ่ายที่มากับการเปิดเทอมยังมีอีกหลายอย่าง
- ชุดนักเรียน ชุดพละ รองเท้า กระเป๋า
- หนังสือ อุปกรณ์การเรียน และค่าถ่ายเอกสาร
- ค่ารถรับส่งหรือค่าเดินทาง
- ค่ากิจกรรม ทัศนศึกษา และค่ากินระหว่างวัน
- ค่าเรียนพิเศษ ถ้ามี
ลองดูใบเสร็จของปีที่แล้ว แล้วรวมทุกอย่างที่จ่ายในช่วงสองเดือนก่อนและหลังเปิดเทอม ตัวเลขนี้คือ "ค่าเปิดเทอมจริง" ของบ้านคุณ
ขั้นที่ 3: เกลี่ยเป็นยอดออมรายเดือน
เมื่อรู้ตัวเลขแล้ว ให้หารด้วยจำนวนเดือนก่อนถึงวันจ่าย ถ้าโรงเรียนเก็บปีละสองเทอม ให้แยกเป้าเป็นสองก้อน
ตัวอย่าง: บ้านของ "คุณเก่ง"
คุณเก่งมีลูกหนึ่งคนเรียนประถม ค่าเปิดเทอมจริงของปีที่แล้วประมาณนี้
- เทอม 1 (พฤษภาคม) ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายแฝงรวม 18,000 บาท
- เทอม 2 (ตุลาคม-พฤศจิกายน) รวม 12,000 บาท
รวมปีละ 30,000 บาท ถ้าเก็บเท่า ๆ กันทั้งปีจะเป็นเดือนละ 2,500 บาท คุณเก่งตั้งโอนอัตโนมัติ 2,500 บาทเข้าบัญชีค่าเล่าเรียนทุกเดือน เมื่อถึงเทอม 1 ปีหน้า ก็จะมีเงินพร้อม และหลังจ่ายไปแล้ว ยอดที่เก็บต่อจะไหลไปรองรับเทอม 2 โดยอัตโนมัติ
ปีแรกที่เริ่ม คุณเก่งอาจเก็บไม่ทันเทอมที่ใกล้ที่สุด ให้เตรียมจ่ายเทอมนี้ด้วยวิธีที่ต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่มี เช่น สอบถามโรงเรียนว่าผ่อนชำระเป็นงวดได้ไหม แล้วเริ่มระบบใหม่ทันทีเพื่อไม่ต้องเจอสถานการณ์นี้อีก
ขั้นที่ 4: เตรียมก้อนใหญ่ของปีเปลี่ยนระดับ
ปีที่ลูกเข้ามัธยมหรือมหาวิทยาลัยมักใช้เงินมากกว่าปีปกติหลายเท่า ทั้งค่าสมัครสอบ ค่าแรกเข้า และอาจรวมถึงค่าหอพัก เป้าหมายนี้อยู่ไกลหลายปี จึงเหมาะกับการเก็บเป็นอีกก้อนแยกต่างหาก ด้วยยอดเล็ก ๆ ที่สม่ำเสมอ และเลือกที่พักเงินให้เหมาะกับระยะเวลา ถ้าอยู่ไกลหลายปี อาจศึกษาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้นโดยเข้าใจความเสี่ยง แต่เมื่อใกล้ถึงปีที่ต้องใช้ ควรทยอยย้ายมาอยู่ในที่ที่เงินต้นมั่นคงและถอนได้ง่าย
อย่าลืมตรวจสอบทุนการศึกษา สวัสดิการค่าเล่าเรียนจากที่ทำงาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ชวนลูกมีส่วนร่วม
เมื่อลูกโตพอ ลองเล่าให้ฟังว่าค่าเรียนของเขามาจากการวางแผนของครอบครัว ให้ลูกช่วยดูแลอุปกรณ์การเรียนให้ใช้ได้นาน หรือช่วยเลือกของที่คุ้มค่า เด็กที่เห็นว่าเงินการศึกษามาจากความตั้งใจของพ่อแม่ มักให้คุณค่ากับการเรียนมากขึ้นด้วย
ถ้าต้องดูแลค่าเรียนของหลานหรือช่วยพี่น้องด้วย ให้ใส่ไว้ในปฏิทินเดียวกัน และคุยกับคนในครอบครัวให้ชัดว่าจะช่วยเท่าไหร่และถึงเมื่อไหร่ ความชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยลดทั้งความเครียดและความเข้าใจผิด
เริ่มใช้กับ FinFun
สร้างภารกิจ "ค่าเทอม 1" และ "ค่าเทอม 2" แยกกันในหน้า ภารกิจหลัก พร้อมวันครบกำหนดตามปฏิทินโรงเรียน แล้วฝากเงินทุกเดือน จากนั้นใช้หน้า รายงาน ย้อนดูว่าเปิดเทอมที่แล้วจ่ายอะไรไปบ้าง เพื่อให้ตัวเลขปีนี้แม่นขึ้น