เมื่อรายจ่ายตึงมือ ทางออกไม่ได้มีแค่การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ก็เป็นอีกคันโยกที่สำคัญไม่แพ้กัน งานเสริมทุกวันนี้มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ขับรถรับส่ง ส่งอาหาร รับงานออกแบบ สอนพิเศษ ไปจนถึงขายของออนไลน์ แต่ก่อนจะเสียสละเย็นวันธรรมดาและวันหยุดไป ควรตอบคำถามหนึ่งให้ได้ก่อน งานนี้ให้เงินจริงชั่วโมงละเท่าไร หลังหักทุกอย่างแล้ว
รายได้ไม่ใช่กำไร
ตัวเลขที่เห็นในโฆษณางานเสริมมักเป็นรายได้รวม แต่สิ่งที่เข้ากระเป๋าจริงต้องหักต้นทุนหลายอย่าง
- ต้นทุนตรง ค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบ ค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม
- ต้นทุนอุปกรณ์ การสึกหรอของรถ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ที่ต้องจ่ายรายเดือน
- เวลาแฝง เวลารองาน เวลาเดินทาง เวลาตอบแชตลูกค้า เวลาแพ็กของ เวลาทำบัญชี
- ภาษี รายได้เสริมอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษี ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญ และกันเงินส่วนหนึ่งไว้
สูตรกำไรต่อชั่วโมง
กำไรต่อชั่วโมง = (รายได้ − ต้นทุนทั้งหมด) ÷ ชั่วโมงทั้งหมดที่ใช้จริง
"ชั่วโมงทั้งหมด" ต้องรวมเวลาแฝงด้วย ไม่ใช่แค่เวลาที่ทำงานหลัก ตัวเลขนี้คือเครื่องมือเปรียบเทียบที่ยุติธรรมที่สุด ทั้งระหว่างงานเสริมหลายแบบ และระหว่างงานเสริมกับการใช้เวลาเดียวกันไปพัฒนาทักษะเพื่องานหลัก
ตัวอย่าง: งานเสริมสองแบบ
คุณเบียร์มีเวลาว่างเสาร์อาทิตย์ ลองเปรียบเทียบสองทางเลือกในหนึ่งเดือน
แบบ A: ขายขนมออนไลน์
- รายได้ 12,000 บาท
- ค่าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ 5,000 บาท ค่าส่งและค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
- เวลาทำขนม แพ็ก ถ่ายรูป และตอบแชต รวม 60 ชั่วโมง
- กำไร 6,000 บาท เฉลี่ยชั่วโมงละ 100 บาท
แบบ B: รับงานออกแบบกราฟิก
- รายได้ 8,000 บาท
- ค่าโปรแกรมรายเดือน 500 บาท
- เวลาทำงาน คุยงาน และแก้งาน รวม 25 ชั่วโมง
- กำไร 7,500 บาท เฉลี่ยชั่วโมงละ 300 บาท
ถ้าดูแค่รายได้ แบบ A ดูดีกว่า แต่เมื่อคิดเป็นกำไรต่อชั่วโมง แบบ B ให้ผลตอบแทนต่อเวลาสูงกว่าสามเท่า และยังเหลือเวลาพักผ่อน แน่นอนว่าคุณเบียร์อาจเลือกแบบ A ก็ได้ ถ้าเธอสนุกกับการทำขนมและอยากสร้างเป็นธุรกิจในอนาคต แต่อย่างน้อยเธอก็เลือกโดยรู้ตัวเลขจริง
อีกสิ่งที่ควรลองคือเทียบกำไรต่อชั่วโมงของงานเสริมกับรายได้ต่อชั่วโมงของงานหลัก ถ้างานเสริมให้ผลตอบแทนต่ำกว่ามาก การลงเวลาเดียวกันไปเรียนทักษะใหม่ ทำงานหลักให้โดดเด่น หรือเตรียมตัวขอขึ้นเงินเดือน อาจสร้างรายได้ในระยะยาวได้มากกว่า ในทางกลับกัน ถ้างานเสริมให้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือสูงกว่า นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าทักษะนี้มีมูลค่าในตลาด และควรค่าแก่การต่อยอด
คำถามก่อนตัดสินใจ
- กำไรต่อชั่วโมงคุ้มกับเวลาพักที่เสียไปไหม เวลาพักผ่อนก็มีค่า การเหนื่อยสะสมอาจกระทบงานหลักและสุขภาพ
- มีเงินลงทุนเริ่มต้นเท่าไร และคืนทุนเมื่อไร ถ้าต้องซื้ออุปกรณ์ก่อน ให้คำนวณว่าต้องทำกี่เดือนถึงคืนทุน
- งานนี้โตได้ไหม บางงานรายได้คงที่ตามชั่วโมง บางงานสร้างชื่อเสียงหรือทักษะที่ทำให้ค่าตัวสูงขึ้นในอนาคต
- ขัดกับเงื่อนไขงานหลักหรือเปล่า บางบริษัทมีข้อตกลงเรื่องการรับงานภายนอก ควรตรวจสอบสัญญาจ้างของตัวเอง
จัดการเงินจากงานเสริม
เงินจากงานเสริมหายง่ายที่สุด เพราะรู้สึกเหมือนเป็นเงินพิเศษ แนะนำให้แยกกระเป๋าไว้ตั้งแต่ต้น กันส่วนหนึ่งไว้สำหรับภาษีและต้นทุนรอบถัดไป แล้วกำหนดปลายทางของกำไรให้ชัด เช่น โปะหนี้หรือเติมเป้าหมาย ไม่อย่างนั้นความเหนื่อยทั้งเดือนอาจละลายไปกับรายจ่ายเล็ก ๆ โดยไม่เหลืออะไรให้เห็น
เริ่มใช้กับ FinFun
เพิ่มงานเสริมเป็นแหล่งรายได้แยก แล้วเลือกเชื่อมรายได้กับแหล่งนั้นทุกครั้งที่บันทึกใน บันทึกล่าสมบัติ พร้อมบันทึกต้นทุนเป็นรายจ่ายในหมวดของงานนั้น เมื่อครบเดือน เปิด รายงาน ดูรายรับและรายจ่ายของงานเสริม แล้วนำไปคำนวณกำไรต่อชั่วโมงของคุณเอง