มีสำนวนเก่าที่ว่า รูรั่วเล็ก ๆ ก็จมเรือใหญ่ได้ การเงินก็เช่นกัน เรามักระวังรายจ่ายก้อนใหญ่อย่างโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือทริปต่างประเทศ ใช้เวลาคิดหลายวันก่อนตัดสินใจ แต่กับรายจ่ายยี่สิบสามสิบบาทที่เกิดวันละหลายครั้ง เราจ่ายโดยแทบไม่ได้คิดเลย ทั้งที่รวมกันทั้งปีอาจมากกว่าของชิ้นใหญ่ที่เราลังเลอยู่นานเสียอีก
รูรั่วที่พบบ่อย
- ค่าเดินทางระยะสั้น ค่าวินหรือเรียกรถสำหรับระยะที่เดินได้
- เครื่องดื่มและขนมระหว่างวัน น้ำขวด กาแฟแก้วที่สอง ขนมบ่ายสามโมง
- ค่าส่งและค่าบริการ ค่าส่งอาหาร ค่าบริการในแอป ค่าส่งของออนไลน์ชิ้นเล็ก
- ค่าธรรมเนียม ถอนเงินต่างธนาคาร เติมเงินบางช่องทาง ค่าปรับจ่ายบิลช้า
- ของที่ซื้อซ้ำเพราะลืม ร่มคันที่ห้า สายชาร์จเส้นที่สาม
- ของเสียทิ้ง อาหารที่ซื้อมาแล้วหมดอายุในตู้เย็น
ไม่มีรายการไหนผิด และบางอย่างก็คุ้มค่า เช่น เรียกรถตอนฝนตกหนัก ปัญหาคือเมื่อมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ได้ผ่านการเลือก
ตัวอย่าง: คำนวณให้เห็นภาพ
คุณแบงก์ลองนับรูรั่วของตัวเองในหนึ่งสัปดาห์ทำงาน ได้แบบนี้
- ค่าวินจากปากซอยถึงออฟฟิศ วันละ 30 บาท
- น้ำขวดและกาแฟแก้วที่สอง วันละ 50 บาท
- ขนมบ่าย วันละ 30 บาท
- ค่าส่งอาหารเย็นเฉลี่ยวันละ 30 บาท
รวมวันละ 140 บาท ทำงานเดือนละประมาณ 20 วัน เท่ากับ 2,800 บาทต่อเดือน หรือราว 33,600 บาทต่อปี คุณแบงก์ไม่ได้อยากตัดทุกอย่าง เขาเลือกเดินแทนนั่งวินในวันที่อากาศดี พกขวดน้ำ และกินขนมบ่ายแค่วันศุกร์ รูรั่วลดลงเหลือราววันละ 60 บาท ประหยัดได้ประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน หรือเกือบ 20,000 บาทต่อปี เงินก้อนนี้เขาส่งไปเป็นเงินเที่ยวปลายปีแทน
อีกเรื่องที่ทำให้รูรั่วมองไม่เห็นคือการจ่ายแบบสแกนหรือแตะบัตร ซึ่งเร็วและลื่นไหลจนแทบไม่รู้สึกว่าเงินออกไป ต่างจากสมัยที่ต้องหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋า ความสะดวกนี้ดีมากในชีวิตประจำวัน แต่ก็หมายความว่าเราต้องมีวิธีอื่นช่วยให้รู้ตัว เช่น การจดรายจ่ายหรือดูสรุปยอดรายสัปดาห์
วิธีหารูรั่วของตัวเอง
- จดแบบละเอียดหนึ่งสัปดาห์ เฉพาะรายการที่ต่ำกว่า 100 บาท
- คูณให้เป็นรายปี ตัวเลขรายวันไม่น่ากลัว แต่ตัวเลขรายปีทำให้เห็นภาพชัด
- แยกเป็นสองกอง กองที่ "ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง" กับกองที่ "จ่ายเพราะเคยชิน"
- อุดทีละรู เลือกสองสามรายการจากกองหลังมาจัดการก่อน อย่าอุดทุกรูพร้อมกัน
อุดรูอย่างไรไม่ให้ชีวิตแห้ง
- ทำให้ทางเลือกที่ประหยัดง่ายขึ้น พกขวดน้ำ ตั้งกาแฟไว้ที่ออฟฟิศ วางร่มไว้ที่ทำงานหนึ่งคัน
- ทำให้ทางเลือกที่แพงยากขึ้นนิดหนึ่ง เช่น ลบแอปส่งอาหารออกจากหน้าแรก เพิ่มอีกหนึ่งขั้นก่อนสั่ง
- ตั้งกติกาแทนการห้าม เช่น ชานมได้สัปดาห์ละสองแก้ว แทนการเลิกเด็ดขาดที่มักอยู่ไม่นาน
- ย้ายเงินที่ประหยัดได้ไปเป้าหมายที่จับต้องได้ การรู้ว่าไม่ซื้อขนมเพื่อไปทะเล ทำให้ใจแข็งได้ง่ายกว่าการประหยัดเพื่อ "เก็บเงิน" ลอย ๆ
ความพอดีคือหัวใจ
การอุดรูรั่วไม่ได้แปลว่าต้องนับทุกบาทตลอดชีวิต ทำแบบตั้งใจสักหนึ่งถึงสองเดือน จนนิสัยใหม่ติดตัว หลังจากนั้นแค่คอยสังเกตว่ามีรูใหม่โผล่มาหรือเปล่า ความสุขเล็ก ๆ ที่เลือกเองอย่างรู้ตัว คือสิ่งที่ควรเก็บไว้ ส่วนที่หลุดออกไปโดยไม่ได้เลือก คือสิ่งที่ควรปิด
เริ่มใช้กับ FinFun
บันทึกรายจ่ายเล็ก ๆ ใน บันทึกล่าสมบัติ ให้ครบสักสองสัปดาห์ จะเห็นรูรั่วชัดขึ้นมาก จากนั้นดูส่วนจุดรั่วไหลใน ห้องวางแผน ซึ่งแสดงหมวดที่ใช้เงินมากที่สุด แล้วเลือกหมวดที่อยากอุดก่อน