"เดือนนี้ทำไมเงินหายเยอะจัง" แล้วก็นึกออกว่า อ๋อ ต่อประกันรถ ค่าต่อทะเบียน แถมยังเป็นเดือนเกิดแม่อีก ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้มาแบบไม่บอกล่วงหน้าเลย มันมาทุกปี ในเดือนเดิม ๆ แต่เพราะเราไม่ได้เตรียม มันจึงรู้สึกเหมือนเหตุฉุกเฉิน ทางออกมีชื่อเท่ ๆ ว่า Sinking Fund หรือเรียกง่าย ๆ ว่ากระปุกย่อยตามเป้าหมาย
Sinking Fund ต่างจากกองทุนฉุกเฉินอย่างไร
ทั้งสองอย่างเป็นเงินสำรอง แต่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน
- กองทุนฉุกเฉิน สำหรับเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่และเท่าไหร่ เช่น ตกงาน ป่วยหนัก
- Sinking Fund สำหรับเรื่องที่รู้ว่าจะมา รู้คร่าว ๆ ว่าเท่าไหร่ และรู้ว่าเมื่อไหร่
ถ้าเราเอาค่าประกันรถไปหยิบจากกองทุนฉุกเฉิน วันที่ฉุกเฉินจริงมาถึง ร่มของเราอาจเหลือแค่ครึ่งคัน การแยกกระปุกจึงช่วยให้ทั้งสองก้อนทำหน้าที่ได้เต็มที่
ขั้นที่ 1 ล่าค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่
หยิบปฏิทินปีที่แล้วและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง แล้วจดทุกอย่างที่ไม่ได้จ่ายทุกเดือน ตัวอย่างที่คนมักลืม
- ค่าประกันรถ ค่าต่อภาษีรถ ค่าเช็กระยะ
- เบี้ยประกันชีวิตหรือสุขภาพรายปี
- ค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน
- ของขวัญวันเกิดคนในครอบครัว งานแต่ง งานบวช
- ค่าเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาล
- ค่าสมาชิกรายปีของบริการต่าง ๆ
- ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ แล็ปท็อป
อย่ากังวลว่ารายการจะยาว ยิ่งเจอเยอะตอนนี้ ยิ่งเซอร์ไพรส์น้อยลงในอนาคต
ขั้นที่ 2 แปลงเป็นยอดรายเดือน
สูตรง่ายมาก ยอดที่ต้องใช้ ÷ จำนวนเดือนที่เหลือก่อนถึงวันจ่าย แล้วปัดขึ้นเล็กน้อยเผื่อราคาขยับ
ตัวอย่าง: กระปุกสามใบของ "แพร"
ตอนนี้เดือนมีนาคม แพรมีค่าใช้จ่ายรายปีสามก้อนที่รู้แน่นอน (ตัวเลขประมาณการ)
- ประกันรถ 12,000 บาท จ่ายเดือนกันยายน เหลือ 6 เดือน เก็บเดือนละ 2,000 บาท
- ค่าเทอมหลานที่แพรช่วยออก 10,000 บาท จ่ายเดือนพฤษภาคม เหลือ 2 เดือน เก็บเดือนละ 5,000 บาท
- ของขวัญปีใหม่ครอบครัว 6,000 บาท จ่ายเดือนธันวาคม เหลือ 9 เดือน เก็บเดือนละราว 700 บาท
สองเดือนแรกแพรต้องกันเงินรวมราว 7,700 บาท ซึ่งหนักพอสมควร แต่หลังจ่ายค่าเทอมแล้ว ยอดรายเดือนจะลดเหลือราว 2,700 บาท ปีหน้าเมื่อเริ่มเก็บตั้งแต่มกราคม ทุกก้อนจะถูกเกลี่ยเท่า ๆ กันทั้งปี ไม่มีเดือนไหนหนักเป็นพิเศษ
ถ้าปีแรกยอดรวมสูงเกินไป ให้เลือกก้อนที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วยอมรับว่าก้อนที่ไกลออกไปอาจต้องเก็บไม่ครบในปีนี้ ดีกว่าไม่เริ่มเลย
ขั้นที่ 3 เลือกที่อยู่ให้กระปุก
มีหลายวิธี เลือกแบบที่ดูแลได้ง่ายที่สุดสำหรับคุณ
- บัญชีเดียว แต่ติดตามแยก ใช้สเปรดชีตหรือแอปแบ่งยอดว่าก้อนไหนเป็นของอะไร เหมาะกับคนที่ไม่อยากมีหลายบัญชี
- หลายบัญชีย่อย บางธนาคารให้แตกบัญชีย่อยหรือกระเป๋าย่อยได้ ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสถาบันการเงินของคุณ
- ผสม กระปุกที่ใหญ่และนานแยกบัญชี กระปุกเล็กติดตามรวมกัน
หลักสำคัญคือเงินในกระปุกต้องไม่ปนกับเงินใช้จ่ายรายวัน ไม่อย่างนั้นมันจะค่อย ๆ ละลายโดยไม่รู้ตัว
อีกเคล็ดลับคือ ถ้ามีกระปุกหลายใบ ไม่จำเป็นต้องโอนแยกหลายครั้ง ให้รวมยอดรายเดือนทั้งหมดเป็นตัวเลขเดียว แล้วโอนเข้าบัญชีกระปุกพร้อมกันในวันเงินเดือนออก จากนั้นค่อยแบ่งยอดตามป้ายชื่อในสเปรดชีตหรือแอป วิธีนี้ลดขั้นตอนและทำให้ระบบไม่หลุดง่าย
เคล็ดลับให้ระบบอยู่รอด
- ตั้งชื่อกระปุกให้ชัด "ประกันรถ ก.ย." ดีกว่า "เงินเก็บ 2"
- ถ้าจ่ายจริงน้อยกว่าที่เก็บ ย้ายส่วนเกินไปกระปุกที่ยังขาด หรือเติมกองทุนฉุกเฉิน
- ถ้าจ่ายจริงมากกว่า จดไว้แล้วปรับยอดรายเดือนของปีหน้า
- ทบทวนทุกต้นปี เพิ่มกระปุกใหม่ ลบกระปุกที่หมดหน้าที่แล้ว
เมื่อระบบนี้ลงตัว คุณจะรู้สึกแปลกใจที่บิลก้อนใหญ่มาถึงแล้วไม่มีอะไรสะเทือนเลย ความรู้สึกนี้แหละคือรางวัลที่แท้จริง
เริ่มใช้กับ FinFun
สร้างภารกิจแยกหนึ่งใบต่อหนึ่งกระปุกในหน้า ภารกิจหลัก พร้อมยอดเป้าหมายและวันครบกำหนด ระบบจะช่วยให้เห็นว่าแต่ละใบไปถึงไหนแล้ว และถ้าอยากรู้ว่าปีที่แล้วเคยจ่ายอะไรก้อนใหญ่ในเดือนไหนบ้าง ลองย้อนดูใน รายงาน