หลายคนเพิ่งสนใจเรื่องประวัติเครดิตในวันที่ยื่นกู้ซื้อบ้านหรือรถ แล้วพบว่าผลพิจารณาไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะประวัติการชำระหนี้ย้อนหลังไม่สวย ประวัติเครดิตเหมือนสมุดพกทางการเงิน สิ่งที่เราทำวันนี้จะถูกบันทึกไว้และมีผลต่อโอกาสในอนาคต ข่าวดีคือการสร้างประวัติที่ดีไม่ได้ซับซ้อน แค่ต้องใช้ความสม่ำเสมอและเวลา
ประวัติเครดิตคืออะไร
โดยทั่วไป ประวัติเครดิตคือข้อมูลการใช้สินเชื่อและการชำระหนี้ของเรา เช่น มีบัตรเครดิตหรือสินเชื่ออะไรบ้าง วงเงินเท่าไร จ่ายตรงเวลาหรือไม่ ผู้ให้สินเชื่อใช้ข้อมูลนี้ประกอบการพิจารณาว่าจะให้กู้หรือไม่ และเงื่อนไขเป็นอย่างไร รายละเอียดว่าเก็บข้อมูลอะไร นานเท่าไร และตรวจสอบได้อย่างไร ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นิสัยที่ช่วยสร้างประวัติที่ดี
- จ่ายตรงเวลาทุกงวด: เป็นเรื่องสำคัญที่สุด แม้จ่ายได้แค่ขั้นต่ำ การจ่ายตรงเวลาก็ดีกว่าการผิดนัด
- ใช้วงเงินอย่างพอดี: การใช้บัตรจนเต็มวงเงินตลอดเวลาอาจสะท้อนว่าการเงินตึง พยายามใช้ให้ห่างจากวงเงินเต็มพอสมควร
- ไม่ขอสินเชื่อหลายที่ในเวลาใกล้กัน: การยื่นขอถี่ ๆ อาจทำให้ผู้ให้กู้กังวลว่าเรากำลังขาดเงิน
- รักษาบัญชีเก่าที่ดีไว้: ประวัติการจ่ายดีที่ยาวนานเป็นสิ่งที่มีค่า
- ตรวจรายงานเครดิตของตัวเองเป็นระยะ: เพื่อดูว่าข้อมูลถูกต้อง และไม่มีสินเชื่อที่เราไม่ได้เปิด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- "ไม่เคยกู้อะไรเลย เครดิตต้องดีที่สุด" ไม่เสมอไป การไม่มีประวัติเลยทำให้ผู้ให้กู้ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- "ปิดบัตรทุกใบแล้วเครดิตจะดีขึ้นทันที" การปิดบัญชีไม่ได้ลบประวัติเก่า สิ่งที่ช่วยได้จริงคือพฤติกรรมที่ดีต่อเนื่อง
- "จ่ายช้าแค่ไม่กี่วันไม่เป็นไร" การจ่ายช้าอาจถูกบันทึกและมีค่าปรับ ตั้งการแจ้งเตือนหรือหักบัญชีอัตโนมัติจะปลอดภัยกว่า
- "มีคนรับปรับประวัติเครดิตให้ได้" ระวังให้มาก ข้อเสนอแบบนี้มักเป็นมิจฉาชีพ
ตัวอย่าง: หนึ่งปีก่อนยื่นกู้บ้าน
ฟ้าวางแผนจะยื่นกู้ซื้อบ้านในอีกหนึ่งปี ตอนนี้เธอมีบัตรเครดิตวงเงิน 50,000 บาท ใช้อยู่เกือบเต็มทุกเดือนราว 45,000 บาท และมีบางเดือนที่จ่ายช้าเพราะลืม
เธอวางแผนใหม่ ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติวันเงินเดือนออกเพื่อไม่ให้ลืมอีก ลดการใช้บัตรลงให้เหลือราว 15,000 บาทต่อเดือนโดยจ่ายเต็มจำนวน และงดขอสินเชื่อใหม่ทุกประเภทตลอดปี ระหว่างนั้นยังเก็บเงินดาวน์ไปพร้อมกัน เมื่อครบหนึ่งปี เธอจะมีประวัติการจ่ายตรงเวลาต่อเนื่อง 12 เดือน ภาระหนี้ต่อรายได้ต่ำลง และมีเงินดาวน์มากขึ้น ซึ่งล้วนช่วยให้พร้อมยื่นกู้มากกว่าเดิม ผลพิจารณาจริงขึ้นกับเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน
ภาระหนี้ต่อรายได้ อีกตัวเลขที่ควรรู้
นอกจากประวัติการจ่าย ผู้ให้กู้มักดูด้วยว่าค่างวดทั้งหมดของเรารวมกันคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของรายได้ ถ้าสัดส่วนสูง แม้ประวัติจ่ายจะดี ก็อาจได้วงเงินน้อยกว่าที่หวัง ลองคำนวณเองง่าย ๆ โดยรวมค่างวดขั้นต่ำทุกก้อนต่อเดือน แล้วหารด้วยรายได้ต่อเดือน ถ้าตัวเลขนี้สูงจนรู้สึกอึดอัด การปิดหนี้ก้อนเล็กก่อนยื่นกู้ก้อนใหญ่อาจช่วยได้ เกณฑ์ที่ใช้จริงแต่ละสถาบันการเงินต่างกัน ควรสอบถามโดยตรง
ถ้าประวัติเคยเสียไปแล้ว
อย่าเพิ่งหมดหวัง เริ่มจากจัดการหนี้ที่ค้างอยู่ คุยกับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกที่จ่ายได้จริง แล้วสร้างประวัติการจ่ายตรงเวลาใหม่อย่างต่อเนื่อง เวลาและความสม่ำเสมอคือสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุด
เริ่มใช้กับ FinFun
อัญเชิญหนี้แต่ละก้อนเป็นมอนสเตอร์ที่ ดันเจี้ยน ใส่ยอดคงเหลือ ดอกเบี้ย และค่างวดขั้นต่ำ แล้วกดโจมตีทุกครั้งที่จ่ายงวด HP ที่ลดลงต่อเนื่องคือภาพของประวัติการจ่ายที่ดีที่คุณกำลังสร้าง ส่วนแผนการเงินจะกันค่างวดขั้นต่ำไว้ให้ก่อนเสมอ จึงไม่เผลอใช้เงินงวดไปกับเรื่องอื่น ดูภาพรวมหนี้ทั้งหมดได้ที่ กลยุทธ์