เบอร์แปลกโทรเข้ามาตอนกำลังประชุม พอรับสายก็ได้ยินคำว่า "ติดต่อเรื่องยอดค้างชำระ" หัวใจเต้นแรงทันที บางคนเลือกไม่รับสายอีกเลย บางคนตกใจจนรีบโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบ ทั้งสองทางอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในวินาทีนั้นคือ สติ และความเข้าใจว่าเรามีสิทธิอะไรบ้าง

เข้าใจก่อน: หนี้ยังเป็นหนี้ แต่การทวงต้องเป็นธรรม

การมีหนี้ค้างชำระหมายความว่าเจ้าหนี้มีสิทธิติดตามทวงถาม และเรามีหน้าที่หาทางชำระ แต่ในประเทศไทยมีกฎหมายและแนวปฏิบัติที่กำกับวิธีการทวงถามหนี้ โดยหลักการทั่วไป การทวงหนี้ไม่ควร

  • ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือใช้ถ้อยคำดูหมิ่น
  • เปิดเผยเรื่องหนี้ให้บุคคลอื่นรู้ เช่น เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้าน โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ติดต่อในช่วงเวลาหรือความถี่ที่ไม่เหมาะสม
  • แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทนาย หรือหน่วยงานที่ไม่ได้เป็นจริง

รายละเอียดของกฎหมาย เช่น ช่วงเวลาที่ติดต่อได้ และหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน อาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนเมื่อรับสายทวงหนี้

  1. ตั้งสติ ไม่ต้องตอบรับทุกอย่างทันที บอกได้ว่า "ขอข้อมูลก่อน แล้วจะติดต่อกลับ"
  2. ถามข้อมูลให้ครบ ชื่อผู้ติดต่อ บริษัทที่ติดต่อมา เป็นตัวแทนของเจ้าหนี้รายใด ยอดหนี้เท่าไหร่ มาจากสัญญาใด
  3. ตรวจสอบกับเจ้าหนี้โดยตรง โทรไปยังเบอร์ทางการของสถาบันการเงินที่คุณเป็นลูกหนี้ ไม่ใช่เบอร์ที่ผู้โทรให้มา
  4. จดบันทึกทุกครั้ง วันเวลา ชื่อ เนื้อหาที่คุย และข้อตกลง ถ้าได้รับข้อความให้บันทึกหน้าจอเก็บไว้
  5. ตกลงเฉพาะสิ่งที่ทำได้จริง อย่ารับปากยอดที่จ่ายไม่ไหวเพื่อให้วางสาย เพราะถ้าผิดนัดอีก สถานการณ์จะยากขึ้น
  6. ชำระเงินผ่านช่องทางทางการเท่านั้น เก็บหลักฐานการชำระทุกครั้ง

ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างทวงหนี้

มิจฉาชีพมักใช้ความกลัวของคนเป็นหนี้เป็นเครื่องมือ สัญญาณที่ควรสงสัย

  • เร่งให้โอนเงินทันทีภายในไม่กี่นาที ไม่อย่างนั้นจะ "ดำเนินคดี" หรือ "ยึดทรัพย์วันนี้"
  • ให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บัญชีของบริษัท
  • ขอรหัส OTP รหัสผ่าน หรือให้ติดตั้งแอปเพื่อ "ตรวจสอบยอด"
  • อ้างถึงหนี้ที่คุณไม่เคยมี หรือยอดที่ไม่ตรงกับความจริง

ถ้าไม่แน่ใจ ให้วางสายแล้วติดต่อเจ้าหนี้ด้วยช่องทางที่คุณหาเองจากเอกสารสัญญาหรือเว็บไซต์ทางการ

ตัวอย่าง: สายทวงหนี้ของ "นิว"

นิวค้างชำระสินเชื่อ 2 งวด งวดละ 3,000 บาท มีคนโทรมาบอกว่าต้องโอน 15,000 บาท ภายในวันนี้ มิฉะนั้นจะถูกฟ้อง และให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคล

นิวตั้งสติ ขอชื่อและบริษัทของผู้โทร แล้ววางสาย จากนั้นโทรหาเบอร์ทางการของผู้ให้สินเชื่อ พบว่ายอดค้างจริงคือ 6,000 บาทบวกค่าปรับตามสัญญา และไม่มีนโยบายให้โอนเข้าบัญชีบุคคล นิวจึงรู้ว่าสายแรกเป็นมิจฉาชีพ เธอเจรจากับผู้ให้สินเชื่อตัวจริงเพื่อชำระยอดค้างแบ่งเป็นสองงวด ภายในเดือนนี้ 3,000 บาทและเดือนหน้าอีก 3,000 บาทพร้อมค่างวดปกติ ได้ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และจดบันทึกทุกขั้นตอน

ถ้าถูกทวงถามอย่างไม่เป็นธรรม

  • เก็บหลักฐานทั้งหมด ทั้งบันทึกเสียง ข้อความ และรายการโทร
  • แจ้งเจ้าหนี้ต้นทางว่าตัวแทนทวงหนี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลการทวงถามหนี้หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามช่องทางทางการ
  • ถ้ามีการข่มขู่ต่อความปลอดภัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ที่สำคัญคือ การรู้สิทธิไม่ได้แปลว่าไม่ต้องจ่ายหนี้ แต่ช่วยให้เราแก้ปัญหาได้อย่างมีศักดิ์ศรีและไม่ถูกเอาเปรียบ

ดูแลใจตัวเองระหว่างทาง

การถูกทวงหนี้บ่อย ๆ สร้างความเครียดสะสม ทั้งเรื่องการนอนและความสัมพันธ์ ลองแบ่งเวลาเฉพาะในการจัดการเรื่องหนี้ เช่น วันละครั้งตอนเย็น แทนที่จะคิดวนทั้งวัน และเล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง การมีแผนที่ชัดเจนและทำตามทีละขั้น ช่วยลดความรู้สึกไร้ทางออกได้มาก

เริ่มใช้กับ FinFun

บันทึกยอดค้างชำระที่ตรวจสอบกับเจ้าหนี้แล้วในหน้า หนี้สิน เพื่อให้มีตัวเลขที่ถูกต้องไว้อ้างอิงทุกครั้งที่มีคนโทรมา และอัปโหลดสลิปการชำระแต่ละงวดไว้ใน คลังวัตถุโบราณ ซึ่งแนบรูปสลิปเป็นหลักฐานกับธุรกรรมให้ค้นหาได้ง่ายเมื่อต้องใช้