"ผ่อน 0% นาน 10 เดือน" ป้ายนี้ทำให้ทีวีเครื่องใหญ่ดูราคาถูกลงทันที จากหลักหมื่นกลายเป็นเดือนละไม่กี่พัน ในทางทฤษฎี การผ่อนโดยไม่มีดอกเบี้ยคือการใช้เงินในอนาคตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ฟังดูฉลาด แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนเริ่มจากผ่อนหนึ่งชิ้น แล้วอีกชิ้น แล้วอีกชิ้น จนวันหนึ่งพบว่าเงินเดือนถูกจองไว้ล่วงหน้าเกือบครึ่ง
ความเชื่อ vs ความจริง
ความเชื่อ: ไม่มีดอกเบี้ย เท่ากับไม่มีต้นทุน ความจริง: ต้นทุนอาจซ่อนอยู่ในรูปอื่น เช่น ราคาสินค้าที่สูงกว่าร้านอื่น หรือไม่ได้รับส่วนลดเงินสดที่ร้านให้กับคนจ่ายเต็ม บางรายการอาจมีค่าธรรมเนียมแฝง ควรอ่านเงื่อนไขของผู้ออกบัตรและร้านค้าให้ครบ
ความเชื่อ: เดือนละนิดเดียว ไม่กระทบ ความจริง: ค่างวดเล็ก ๆ หลายก้อนรวมกันแล้วไม่เล็ก และมันอยู่กับเราหลายเดือน ในขณะที่ความตื่นเต้นกับของชิ้นนั้นอาจหมดไปในไม่กี่สัปดาห์
ความเชื่อ: ผ่อนไว้ ส่วนเงินสดเก็บไว้ได้ดอกเบี้ย ความจริง: ใช้ได้เฉพาะคนที่กันเงินสดก้อนนั้นไว้จริง ไม่แตะเลย ถ้าเงินสดถูกใช้ไปกับเรื่องอื่น แปลว่าเราแค่มีหนี้เพิ่มขึ้น
ความเชื่อ: ถ้าผ่อนไม่ไหวก็ค่อยจ่ายขั้นต่ำ ความจริง: ถ้าค่างวดผ่อนรวมอยู่ในยอดบัตรแล้วจ่ายไม่เต็ม ส่วนที่ค้างอาจเริ่มมีดอกเบี้ยตามเงื่อนไขบัตร ทำให้ของที่ตั้งใจจะได้แบบ 0% กลายเป็นของที่แพงขึ้น
กับดักที่คนมักไม่เห็น
- วงเงินบัตรถูกกัน ยอดผ่อนทั้งหมดมักถูกหักจากวงเงินตั้งแต่วันแรก ถ้ามีเหตุฉุกเฉิน วงเงินอาจเหลือไม่พอ
- ค่างวดซ้อนทับ ชิ้นแรกยังผ่อนไม่หมด ชิ้นที่สองเริ่มแล้ว เงินเดือนที่เป็นอิสระจึงหดลงเรื่อย ๆ
- สร้างนิสัยซื้อของเกินงบ เมื่อเราคิดเป็นค่างวดแทนราคาเต็ม เพดานของสิ่งที่ "ซื้อไหว" จะสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่าง: สามชิ้นในปีเดียว
"ดาว" เงินเดือน 25,000 บาท ผ่อน 0% ไปสามรายการในรอบปี
- มือถือ 20,000 บาท ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 2,000 บาท
- เครื่องซักผ้า 12,000 บาท ผ่อน 6 เดือน เดือนละ 2,000 บาท
- แล็ปท็อป 30,000 บาท ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 3,000 บาท
ในช่วงที่ทั้งสามรายการซ้อนกัน ดาวต้องจ่ายค่างวดรวม 7,000 บาท ต่อเดือน เท่ากับเกือบ 30% ของเงินเดือน ยังไม่รวมค่าที่พักและค่ากิน แม้ไม่มีดอกเบี้ยเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ดาวไม่เหลือเงินออมและต้องรูดบัตรจ่ายค่าอาหารในบางเดือน ซึ่งเริ่มมีดอกเบี้ยจริงเข้ามา
กติกา 4 ข้อก่อนกดผ่อน
- ซื้อเงินสดได้อยู่แล้วหรือยัง ใช้ผ่อน 0% เฉพาะเมื่อมีเงินสดพอจ่ายเต็มในวันนี้ แล้วกันเงินก้อนนั้นแยกไว้จ่ายค่างวด
- ของจำเป็นหรือไม่ ของที่ใช้ทำงานหรือใช้ในบ้านทุกวันต่างจากของที่ซื้อเพราะโปรโมชัน
- ค่างวดผ่อนทั้งหมดรวมกันไม่เกินงบที่ตั้งไว้ เช่น ไม่เกิน 10% ของรายได้ ตัวเลขนี้ปรับตามสถานการณ์ของแต่ละคน
- ผ่อนทีละชิ้น ให้ชิ้นเดิมหมดก่อนเริ่มชิ้นใหม่ จะช่วยกันการซ้อนทับได้ดี
เมื่อผ่อน 0% คือเครื่องมือที่ดี
ถ้าคุณมีเงินสดพร้อม ของนั้นจำเป็นจริง ราคาไม่ต่างจากการจ่ายสด และคุณจ่ายบัตรเต็มจำนวนทุกเดือน การผ่อน 0% ช่วยให้กระแสเงินสดราบรื่นขึ้นได้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่การใช้เครื่องมือเพื่อซื้อสิ่งที่เราไม่มีเงินซื้อ
ถ้าตอนนี้มีรายการผ่อนซ้อนกันอยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจ ให้หยุดเพิ่มรายการใหม่ จ่ายค่างวดเดิมให้ตรงเวลาจนครบ และเมื่อรายการไหนหมด ให้โอนค่างวดเดิมของรายการนั้นเข้าบัญชีออมต่อทันที เท่ากับเปลี่ยนนิสัยการผ่อนให้กลายเป็นนิสัยการออมโดยไม่ต้องปรับตัวใหม่
เริ่มใช้กับ FinFun
บันทึกแต่ละรายการผ่อนเป็นหนี้แยกในหน้า หนี้สิน เพื่อเห็นค่างวดรวมที่ต้องจ่ายต่อเดือน และวันที่แต่ละรายการจะหมด แล้วใช้ แผนการเงิน ตั้งงบกลุ่มหนี้ให้ชัด ถ้าค่างวดรวมเริ่มเกินงบ นั่นคือสัญญาณให้หยุดผ่อนชิ้นใหม่