ต้นปีเราตั้งใจกันไว้หลายอย่าง พอถึงเดือนกรกฎาคม บางเป้าหมายไปได้ดี บางเป้าหมายลืมไปแล้ว และบางเป้าหมายอาจไม่เหมาะกับชีวิตตอนนี้แล้วด้วยซ้ำ การตรวจสุขภาพการเงินกลางปีเหมือนการแวะปั๊มระหว่างทางไกล ได้เติมน้ำมัน เช็กลมยาง และดูแผนที่ว่ายังไปถูกทางหรือเปล่า ใช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมงในวันหยุด แล้วไล่ดู 6 จุดต่อไปนี้
จุดที่ 1–3: ตัวเลขพื้นฐาน
1. รายรับรายจ่ายจริงหกเดือน รวมรายรับและรายจ่ายตั้งแต่มกราคมถึงมิถุนายน แล้วดูว่าเดือนไหนติดลบบ้าง และมีกี่เดือน ถ้ามีเดือนติดลบซ้ำ ๆ ให้หาว่าเกิดจากรายจ่ายพิเศษครั้งเดียว หรือเป็นปัญหาของโครงสร้างงบ
2. อัตราการออม เอาเงินที่ออมได้ทั้งหกเดือนหารด้วยรายรับทั้งหกเดือน ตัวเลขนี้บอกได้ดีกว่ายอดเงินออมเฉย ๆ ว่าเรากำลังไปได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับรายได้
3. หมวดที่ใช้เงินมากที่สุด ดูห้าหมวดแรกที่กินเงินมากที่สุด มีหมวดไหนที่เซอร์ไพรส์ไหม หมวดที่คิดว่าคุมอยู่แล้วแต่ตัวเลขบอกอีกอย่าง คือจุดที่ควรโฟกัสในครึ่งปีหลัง
จุดที่ 4–6: ความพร้อมรับอนาคต
4. เงินสำรองฉุกเฉิน ถ้ารายได้หยุดวันนี้ เงินที่มีอยู่จะพอใช้ได้กี่เดือน เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้แล้วยังขาดเท่าไร
5. หนี้แต่ละก้อน ยอดหนี้ลดลงจากต้นปีเท่าไร มีหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นไหม หนี้ก้อนไหนดอกเบี้ยสูงสุด และตอนนี้เราโฟกัสก้อนนั้นอยู่หรือเปล่า
6. รายจ่ายก้อนใหญ่ที่รออยู่ครึ่งปีหลัง เช่น ค่าเทอมเปิดภาคเรียน ต่อประกันรถ งานแต่งเพื่อน เทศกาลปลายปี ลิสต์ไว้พร้อมเดือนและยอดโดยประมาณ แล้วเช็กว่าเงินที่กันไว้พอหรือยัง
ตัวอย่าง: ผลตรวจของคุณเจ
คุณเจรายได้เดือนละ 35,000 บาท หกเดือนแรกมีรายรับรวม 210,000 บาท รายจ่ายรวม 189,000 บาท ออมได้ 21,000 บาท อัตราการออมจึงเท่ากับ 10%
- ต้นปีเขาตั้งเป้าออม 15% ตอนนี้ยังขาดอยู่ 5 จุด
- หมวดที่ใช้เงินมากกว่าที่คิดคือกินนอกบ้าน เฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท
- เงินฉุกเฉิน 40,000 บาท ค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 31,500 บาท จึงอยู่ได้ราวหนึ่งเดือนกว่า ๆ
- ครึ่งปีหลังมีค่าประกันรถ 15,000 บาท ที่ยังไม่ได้กันเงินไว้
คุณเจจึงปรับแผนครึ่งปีหลังสามข้อ ลดงบกินนอกบ้านเหลือ 3,500 บาท ตั้งโอนเงิน 2,500 บาทต่อเดือนสำหรับค่าประกันรถ และเพิ่มเงินออมอีก 1,000 บาทต่อเดือนเข้าเงินฉุกเฉิน การปรับไม่กี่ข้อแต่ชัดเจน ทำตามได้ง่ายกว่าการตั้งเป้าใหม่ทั้งชุด
สิ่งที่น่าสนใจคือ คุณเจไม่ได้รู้สึกว่าการเงินตัวเองมีปัญหาเลยก่อนนั่งลงตรวจ เพราะเงินไม่เคยขาดมือ บัญชีไม่เคยติดลบ แต่พอเห็นตัวเลขวางเรียงกัน เขาจึงรู้ว่าถ้าปล่อยไปแบบเดิม ค่าประกันรถปลายปีจะต้องดึงจากเงินฉุกเฉินที่บางอยู่แล้ว การตรวจกลางปีจึงมีค่าที่สุดสำหรับคนที่รู้สึกว่า "ก็โอเคนะ" เพราะปัญหาเล็กที่มองไม่เห็นวันนี้ มักกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ปรับแผนครึ่งปีหลังอย่างไร
- เลือกไม่เกินสามเรื่อง การแก้ทุกอย่างพร้อมกันมักจบลงที่ไม่ได้แก้อะไรเลย
- ทิ้งเป้าที่ไม่ใช่แล้วได้ ถ้าชีวิตเปลี่ยน เป้าหมายก็เปลี่ยนได้ ไม่ต้องแบกเป้าที่ไม่มีความหมายแล้ว
- ชมตัวเองในสิ่งที่ทำได้ อาจเป็นการจดรายจ่ายต่อเนื่อง หรือหนี้ที่ลดลง ความก้าวหน้าเล็ก ๆ คือเชื้อเพลิงสำหรับครึ่งปีหลัง
- ใส่วันตรวจครั้งถัดไป นัดตัวเองไว้ต้นเดือนตุลาคมอีกครั้ง เพื่อเช็กก่อนเข้าไตรมาสสุดท้าย
เริ่มใช้กับ FinFun
เปิด รายงาน แล้วเลือกช่วงเวลา "ปีนี้" เพื่อดูรายรับรายจ่าย หมวดที่ใช้มากที่สุด และกระแสเงินสดของครึ่งปีแรกในหน้าเดียว จากนั้นแวะ ห้องวางแผน ดูเกรดสุขภาพการเงิน อัตราการออม และเวลาอยู่รอด แล้วใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นจุดตั้งต้นของครึ่งปีหลัง