ถ้าต้องเลือกดูตัวเลขการเงินเพียงตัวเดียวทุกเดือน หลายคนจะเลือกยอดเงินในบัญชี แต่ยอดเงินบอกได้แค่ว่าวันนี้เรามีเท่าไร ไม่ได้บอกว่าเรากำลังเดินหน้าหรือถอยหลัง อีกตัวเลขหนึ่งที่บอกทิศทางได้ชัดกว่าคืออัตราการออม มันเหมือนมาตรวัดความเร็วของรถ ไม่ได้บอกว่าเราอยู่ตรงไหน แต่บอกว่าเราไปเร็วแค่ไหน

คำนวณอย่างไร

สูตรพื้นฐานคือ

อัตราการออม = เงินที่ออมได้ ÷ รายรับ × 100

"เงินที่ออมได้" หมายถึงเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแล้วถูกเก็บไว้ ซึ่งรวมเงินที่เข้าบัญชีออม เงินที่ไปลงทุน และเงินที่ใช้โปะเงินต้นของหนี้เกินขั้นต่ำก็นับรวมได้ เพราะทำให้ความมั่งคั่งสุทธิเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วน "รายรับ" แนะนำให้ใช้รายรับหลังหักภาษีและเงินที่ถูกหักอัตโนมัติ เพื่อให้เป็นตัวเลขที่เราจัดการได้จริง

สิ่งสำคัญคือใช้วิธีคิดแบบเดียวกันทุกเดือน จะได้เปรียบเทียบกันได้

ตัวอย่าง: สองคน เงินออมเท่ากัน

คุณเอกับคุณบีออมได้เดือนละ 5,000 บาทเท่ากัน

  • คุณเอรายรับ 25,000 บาท อัตราการออม 20%
  • คุณบีรายรับ 50,000 บาท อัตราการออม 10%

ยอดเงินออมเท่ากัน แต่คุณเอใช้เงินเพียง 20,000 บาทต่อเดือน ถ้าเขาเก็บเงินฉุกเฉินหกเดือนของค่าใช้จ่าย ต้องมี 120,000 บาท ออมเดือนละ 5,000 บาท ใช้เวลา 24 เดือน ขณะที่คุณบีใช้เงิน 45,000 บาทต่อเดือน เงินฉุกเฉินหกเดือนคือ 270,000 บาท ด้วยอัตราออมเท่าเดิมต้องใช้เวลา 54 เดือน

ตัวอย่างนี้แสดงว่าอัตราการออมไม่ได้แค่บอกว่าเก็บได้เท่าไร แต่ยังสะท้อนว่าเราใช้ชีวิตด้วยเงินเท่าไร ยิ่งรายจ่ายต่อเดือนต่ำ เป้าหมายที่ผูกกับรายจ่ายก็ยิ่งเล็กลงและถึงได้เร็วขึ้น

ตัวเลขเท่าไรถึงดี

ไม่มีตัวเลขที่ถูกสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับรายได้ ภาระ และช่วงชีวิต คนที่เพิ่งเริ่มทำงานในเมืองที่ค่าครองชีพสูง อาจออมได้ 5% ก็ถือว่าเริ่มต้นดีแล้ว ขณะที่คนที่อยู่กับครอบครัวและไม่มีค่าเช่า อาจออมได้มากกว่านั้นหลายเท่า แนวคิดที่ใช้กันแพร่หลายอย่างกฎ 50/30/20 ให้ตัวเลขอ้างอิงไว้ที่ราว 20% แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขเป้าคือทิศทาง ตัวเลขของคุณกำลังขึ้นหรือลง

ขยับขึ้นทีละ 1%

การเพิ่มอัตราการออมจาก 5% เป็น 20% ในเดือนเดียวแทบเป็นไปไม่ได้ และถ้าฝืน มักจะเด้งกลับ วิธีที่ยั่งยืนกว่าคือขยับขึ้นทีละ 1% ทุกหนึ่งถึงสองเดือน

  • เดือนแรก ตั้งโอนอัตโนมัติตามอัตราปัจจุบัน เช่น 5%
  • ทุกครั้งที่ขยับ เพิ่มยอดโอนอีก 1% ของรายรับ สำหรับรายรับ 30,000 บาท คือเพิ่มเดือนละ 300 บาท ซึ่งแทบไม่รู้สึก
  • เมื่อรายได้เพิ่ม ส่งส่วนหนึ่งของเงินที่เพิ่มขึ้นไปเพิ่มอัตราการออมทันที ก่อนที่มันจะกลายเป็นรายจ่ายประจำ
  • เมื่อลดรายจ่ายได้ เช่น ยกเลิกค่าสมาชิกที่ไม่ใช้ ย้ายยอดที่ประหยัดได้ไปเพิ่มยอดออมเลย

ผ่านไปหนึ่งปี จาก 5% อาจขยับไปถึง 10–12% ได้โดยไม่รู้สึกว่าชีวิตฝืดขึ้นมาก

อ่านตัวเลขให้ถูก

อัตราการออมเดือนเดียวอาจเหวี่ยงได้มาก เดือนที่ได้โบนัสอาจสูงลิ่ว เดือนที่รถเสียอาจติดลบ ให้ดูค่าเฉลี่ยสามหรือหกเดือนประกอบ และอย่าตัดสินตัวเองจากเดือนเดียว ถ้าติดลบหลายเดือนติดกัน นั่นคือสัญญาณให้กลับไปทบทวนงบ ไม่ใช่เหตุผลให้เลิกดูตัวเลข

เริ่มใช้กับ FinFun

ห้องวางแผน แสดงอัตราการออมของเดือนนี้พร้อมคะแนนสุขภาพการเงิน โดยอัตราการออมเป็นส่วนสำคัญของคะแนน ลองเปิดดูทุกต้นเดือน แล้วใช้แผนออมก่อนใช้ใน แผนการเงิน เพื่อกันเงินออมไว้ตั้งแต่วันเงินเข้า ตัวเลขจะค่อย ๆ ขยับขึ้นให้เห็นเอง