ป้ายติดเสาไฟ "เงินด่วน อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิต" ข้อความในโซเชียลที่บอกว่า "โอนภายใน 1 ชั่วโมง" หรือคนรู้จักที่แนะนำว่า "เจ้านี้ใจดี" ในวันที่เงินขาดมือจริง ๆ ข้อเสนอเหล่านี้ดูเหมือนเชือกที่หย่อนลงมาช่วย แต่หลายครั้ง มันคือเชือกที่ผูกไว้กับก้อนหินหนักกว่าเดิม

ทำไมเงินกู้นอกระบบถึงดึงดูด

ต้องยอมรับก่อนว่าคนที่เลือกเส้นทางนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ประมาท แต่อยู่ในสถานการณ์บีบคั้น เหตุผลที่พบบ่อยคือ

  • ต้องการเงินภายในวันนี้ ไม่มีเวลารอ
  • ไม่มีเอกสารรายได้ หรือเคยมีประวัติค้างชำระ จึงคิดว่ากู้ในระบบไม่ได้
  • รู้สึกอายที่จะขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือเพื่อน
  • ผู้ให้กู้ดูเป็นกันเอง ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก

เข้าใจความรู้สึกนี้ได้ แต่ความง่ายตอนรับเงินมักถูกชดเชยด้วยความยากตอนคืนเงิน

ความเสี่ยง 5 ด้านที่มักถูกซ่อนไว้

  1. ดอกเบี้ยที่ดูเล็กแต่คิดถี่ การคิดเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ทำให้ตัวเลขดูเบา แต่พอคิดทั้งปีอาจสูงเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตหลายเท่า
  2. จ่ายแต่ดอก ต้นไม่ลด ส่งทุกวันจนเป็นนิสัย แต่เงินต้นยังเท่าเดิม ต้องกู้เจ้าใหม่มาโปะเจ้าเก่า
  3. การทวงหนี้ที่คุกคาม โทรหาที่ทำงาน ประจานในโซเชียล หรือข่มขู่คนในครอบครัว สร้างความเครียดที่กระทบทั้งงานและสุขภาพ
  4. เสียเอกสารสำคัญ บางรายยึดบัตรประชาชน สมุดบัญชี หรือให้เซ็นเอกสารเปล่า ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เสียหาย
  5. ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล แอปหรือช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีใบอนุญาตอาจขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและรูปภาพในโทรศัพท์

ในประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวกับเพดานดอกเบี้ยและการทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม แต่รายละเอียดอาจปรับเปลี่ยน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง: 10,000 บาทที่ไม่ยอมหมด

"ก้อง" กู้เงินนอกระบบ 10,000 บาท ตกลงส่งวันละ 400 บาท เป็นเวลา 30 วัน (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบาย)

  • รวมแล้วต้องจ่ายคืน 400 × 30 = 12,000 บาท ภายในหนึ่งเดือน
  • ส่วนต่าง 2,000 บาทในเดือนเดียว เท่ากับ 20% ของเงินต้นต่อเดือน
  • ถ้าวันไหนส่งไม่ได้ อาจมีค่าปรับและต้องต่อสัญญาใหม่ สุดท้ายก้องกู้อีกเจ้ามาจ่าย กลายเป็นหนี้สองก้อนในเดือนถัดไป

จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงิน 10,000 บาท แต่อยู่ที่วงจรที่มันพาเข้าไป

ตรวจสอบก่อนกู้ทุกครั้ง

ถ้าจำเป็นต้องกู้จริง ให้ถามตัวเองสามข้อ ผู้ให้กู้มีใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานกำกับหรือไม่ มีสัญญาที่ระบุดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดที่ต้องจ่ายรวมชัดเจนหรือไม่ และมีการขอให้โอนเงินค่าดำเนินการก่อนได้รับเงินกู้หรือไม่ ข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่พบบ่อยในกลโกงออนไลน์ ถ้าเจอให้หยุดทันที

ทางเลือกที่ควรลองก่อน

ก่อนยื่นมือรับเงินนอกระบบ ให้ลองไล่ทางเลือกเหล่านี้

  • คุยกับเจ้าหนี้เดิม ถ้าต้องการเงินไปจ่ายหนี้ ลองขอเลื่อนหรือปรับการผ่อนก่อน
  • สินเชื่อในระบบที่มีใบอนุญาต รวมถึงโครงการสินเชื่อเพื่อรายย่อยของสถาบันการเงินรัฐ ตรวจสอบเงื่อนไขและใบอนุญาตก่อนสมัครทุกครั้ง
  • สหกรณ์หรือกองทุนชุมชน ที่คุณเป็นสมาชิก
  • ขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัว แบบมีข้อตกลงชัดเจน
  • ลดหรือเลื่อนรายจ่าย ที่ไม่จำเป็นในช่วงวิกฤต ขายของที่ไม่ใช้ หรือหารายได้เสริมระยะสั้น

ถ้าติดหนี้นอกระบบอยู่แล้ว

  • จดบันทึกทุกการจ่าย เก็บหลักฐานการโอน และข้อความสนทนา
  • อย่าเซ็นเอกสารเพิ่มโดยไม่อ่าน และอย่ามอบบัตรหรือสมุดบัญชีให้ใคร
  • ถ้าถูกข่มขู่หรือคุกคาม ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐที่รับเรื่องร้องเรียน
  • หาทางย้ายหนี้เข้าสู่ระบบที่มีเงื่อนไขชัดเจน ซึ่งบางช่วงอาจมีโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ ให้ติดตามข่าวจากช่องทางทางการ

ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเผชิญเรื่องนี้คนเดียว การบอกคนที่ไว้ใจได้เป็นก้าวแรกของการตั้งหลัก

เริ่มใช้กับ FinFun

บันทึกหนี้ทุกก้อนรวมถึงหนี้นอกระบบในหน้า หนี้สิน พร้อมยอดคงค้างจริง แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่อยากเห็น เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของแผน แล้วค่อย ๆ สร้างเงินสำรองก้อนเล็กใน ภารกิจหลัก เพื่อให้ครั้งหน้าที่เงินขาดมือ คุณมีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า