มีบัตรเครดิตสองใบ สินเชื่อส่วนบุคคลอีกหนึ่ง และผ่อนมือถืออีกเครื่อง ทุกสิ้นเดือนเงินกระจายไปคนละนิดคนละหน่อย จนรู้สึกว่าหนี้ไม่มีวันหมด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ไม่มีแผนการโจมตี" วันนี้เรามีสองกลยุทธ์คลาสสิกให้เลือก
กติกาพื้นฐานที่ใช้ร่วมกัน
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน มีสามข้อที่ต้องทำเหมือนกัน
- จ่ายขั้นต่ำครบทุกก้อน ทุกเดือน เพื่อไม่ให้เกิดค่าปรับหรือเสียประวัติ
- หาเงินส่วนเกิน ที่จะทุ่มเพิ่มในแต่ละเดือน เช่น 3,000 บาท แล้วรักษาตัวเลขนี้ให้คงที่
- เมื่อหนี้ก้อนหนึ่งหมด ให้เอาเงินที่เคยจ่ายก้อนนั้นทั้งหมด ไปรวมกับเงินส่วนเกินเพื่อโจมตีก้อนถัดไป
ข้อ 3 คือพลังที่แท้จริง เงินที่ใช้โจมตีจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนก้อนหิมะกลิ้งลงเนิน
Snowball: เริ่มจากก้อนเล็กที่สุด
เรียงหนี้จาก ยอดคงค้างน้อยไปมาก แล้วทุ่มเงินส่วนเกินไปที่ก้อนเล็กสุดก่อน
- ข้อดี เห็นผลเร็ว ปิดหนี้ก้อนแรกได้ภายในไม่กี่เดือน ได้กำลังใจเหมือนผ่านด่านแรก จำนวนบิลที่ต้องจำก็ลดลงเร็ว
- ข้อเสีย ถ้าก้อนใหญ่มีดอกเบี้ยสูง คุณจะจ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่าอีกวิธี
เหมาะกับคนที่เคยพยายามปลดหนี้แล้วเลิกกลางทาง หรือต้องการแรงจูงใจเป็นพิเศษ
Avalanche: เริ่มจากดอกเบี้ยสูงที่สุด
เรียงหนี้จาก อัตราดอกเบี้ยสูงไปต่ำ แล้วทุ่มเงินส่วนเกินไปที่ก้อนดอกเบี้ยสูงสุดก่อน
- ข้อดี ในทางคณิตศาสตร์ประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากกว่า และมักปลดหนี้ทั้งหมดได้เร็วกว่าเล็กน้อย
- ข้อเสีย ถ้าก้อนดอกเบี้ยสูงสุดมียอดใหญ่ อาจต้องรอนานกว่าจะปิดก้อนแรกได้ ทำให้หมดไฟง่าย
เหมาะกับคนที่มีวินัยสูง ชอบตัวเลข และมีแรงจูงใจจากการรู้ว่ากำลังประหยัดเงิน
ตัวอย่าง: หนี้สามก้อนของ "เจ"
เจมีเงินส่วนเกินเดือนละ 3,000 บาท นอกเหนือจากยอดขั้นต่ำ หนี้ของเจมีดังนี้ (ตัวเลขสมมติ)
- ผ่อนมือถือ คงค้าง 6,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ
- บัตรเครดิต คงค้าง 25,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด
- สินเชื่อส่วนบุคคล คงค้าง 50,000 บาท ดอกเบี้ยระดับกลาง
ถ้าใช้ Snowball เจจะโจมตีมือถือก่อน ปิดได้ในราวสองเดือน แล้วเอาค่างวดมือถือบวกเงินส่วนเกินไปโจมตีบัตรเครดิต เจจะได้ความรู้สึก "ชนะ" ตั้งแต่เดือนที่สอง
ถ้าใช้ Avalanche เจจะโจมตีบัตรเครดิตก่อน ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะปิด แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวมทั้งแผนจะต่ำกว่า
ทั้งสองแบบพาไปถึงเส้นชัยเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ระยะเวลาเล็กน้อยและความรู้สึกระหว่างทาง
แบบผสม: เลือกให้เข้ากับนิสัย
ไม่จำเป็นต้องเลือกขั้วใดขั้วหนึ่ง หลายคนใช้วิธีผสม เช่น
- ปิดก้อนเล็กมากหนึ่งก้อนก่อนเพื่อสร้างโมเมนตัม แล้วค่อยเปลี่ยนไปใช้ Avalanche
- ถ้าดอกเบี้ยสองก้อนใกล้เคียงกัน ให้เลือกก้อนที่ยอดเล็กกว่า
- ถ้ามีหนี้ที่มีหลักประกันหรือกระทบความเป็นอยู่มาก เช่น ค่าเช่าค้าง ให้จัดการก่อนเสมอ
คำถามสำคัญคือ "แบบไหนที่คุณจะทำต่อได้จนจบ" แผนที่ดีที่สุดในกระดาษจะไม่มีความหมายถ้าคุณเลิกกลางทาง
ระวังสิ่งที่ทำให้แผนพัง
- ก่อหนี้ใหม่ระหว่างปลดหนี้ ทำให้ต้องเริ่มนับใหม่
- ไม่มีเงินสำรองเลย พอมีเหตุฉุกเฉินก็ต้องรูดบัตรอีก ควรมีเงินสำรองก้อนเล็กไว้ก่อน
- ลดเงินส่วนเกินลงเมื่อปิดหนี้ได้หนึ่งก้อน แทนที่จะส่งต่อไปก้อนถัดไป
- ไม่ทบทวนแผนเลย ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขของหนี้บางก้อนอาจเปลี่ยนไปแล้ว ควรเช็กใบแจ้งยอดทุกเดือน
เมื่อปิดหนี้ก้อนสุดท้ายได้ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองแบบพอดี แล้วส่งเงินที่เคยใช้จ่ายหนี้ทั้งหมดไปเป็นเงินออมต่อทันที นิสัยการจ่ายที่สร้างมาหลายเดือนจะกลายเป็นนิสัยการออมโดยอัตโนมัติ
เริ่มใช้กับ FinFun
ใส่หนี้ทุกก้อนเป็นมอนสเตอร์ในหน้า หนี้สิน พร้อมยอดคงค้าง ค่างวดขั้นต่ำ และอัตราดอกเบี้ย แล้วอ่านคำแนะนำจากเทพพยากรณ์ว่าควรใช้ Snowball หรือ Avalanche และควรโจมตีตัวไหนก่อน จากนั้นดูภาพรวมหนี้ทั้งหมดคู่กับสุขภาพการเงินในหน้า ห้องวางแผน ทุกครั้งที่ปิดหนี้ได้หนึ่งก้อน ถือเป็นการกำจัดบอสหนึ่งตัว