ช่วงหลังสงกรานต์ บางคนเพิ่งรู้ตัวว่ารายจ่ายเทศกาลบวกกับค่างวดหลายก้อนทำให้เดือนนี้ไปต่อไม่ไหว ปฏิกิริยาแรกที่พบบ่อยคือ ไม่รับสาย ไม่เปิดจดหมาย รอให้มันผ่านไปเอง แต่หนี้ไม่เคยหายไปเพราะเราเงียบ มันกลับโตขึ้นด้วยค่าปรับและดอกเบี้ยผิดนัด ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นฝ่ายติดต่อไปก่อน โอกาสที่จะได้ทางออกที่รับไหวมีมากกว่าที่คิด

ทำไมเจ้าหนี้ถึงยอมคุย

จากมุมของเจ้าหนี้ ลูกหนี้ที่ยังจ่ายได้บ้างย่อมดีกว่าลูกหนี้ที่หายไป การติดตามทวงถามและดำเนินการทางกฎหมายมีต้นทุน ดังนั้นหลายแห่งจึงมีแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ที่ติดต่อเข้ามาอย่างจริงใจ เช่น

  • ยืดระยะเวลาผ่อนเพื่อให้ค่างวดต่อเดือนลดลง
  • พักชำระเงินต้นชั่วคราว จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยบางส่วน
  • เปลี่ยนหนี้บัตรหรือหนี้หมุนเวียนเป็นการผ่อนแบบมีกำหนดสิ้นสุด
  • ลดหรือยกเว้นค่าปรับบางส่วน

ทางเลือกที่มีจริงขึ้นกับนโยบายของแต่ละแห่งและประกาศของหน่วยงานกำกับในช่วงนั้น จึงควรสอบถามโดยตรงและตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดเสมอ

เตรียมตัวก่อนยกหูโทรศัพท์

คุยกับเจ้าหนี้โดยไม่มีตัวเลข ก็เหมือนเข้าห้องสอบโดยไม่อ่านหนังสือ เตรียมสี่อย่างนี้ไว้บนโต๊ะ

  1. รายการหนี้ทุกก้อน ยอดคงค้าง ค่างวด ดอกเบี้ย วันครบกำหนด
  2. รายรับจริงต่อเดือน หลังหักภาษีและเงินสมทบต่าง ๆ
  3. ค่าใช้จ่ายจำเป็นขั้นต่ำ ที่อยู่อาศัย อาหาร เดินทาง ค่ารักษา
  4. ตัวเลขที่จ่ายไหวจริง คือรายรับลบค่าใช้จ่ายจำเป็น แล้วแบ่งให้หนี้แต่ละก้อนตามสัดส่วน

ข้อ 4 สำคัญที่สุด ถ้าคุณเสนอตัวเลขที่สูงเกินไปเพื่อให้ดูดี แล้วจ่ายไม่ได้อีก ความน่าเชื่อถือจะลดลงและการเจรจารอบหน้าจะยากขึ้น

ตัวอย่างการคำนวณ: "โอ๊ต" กับค่างวดที่ไม่พอ

โอ๊ตมีรายรับ 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายจำเป็น 13,000 บาท เหลือจ่ายหนี้ได้ 7,000 บาท แต่ค่างวดรวมตอนนี้ 10,000 บาท (สินเชื่อส่วนบุคคล 6,000 บาท และผ่อนบัตรเครดิต 4,000 บาท) ขาดอยู่ 3,000 บาททุกเดือน

โอ๊ตจึงโทรหาผู้ให้สินเชื่อส่วนบุคคลก่อนครบกำหนด อธิบายสถานการณ์ และขอยืดระยะเวลาผ่อนเพื่อลดค่างวดเหลือราว 4,000 บาท และสอบถามผู้ออกบัตรว่าสามารถเปลี่ยนยอดคงค้างเป็นการผ่อนแบบมีกำหนดได้หรือไม่ ถ้าทำได้ทั้งสองทาง ค่างวดรวมจะลงมาใกล้ 7,000 บาทที่โอ๊ตจ่ายไหว

สิ่งที่ต้องรู้คือ การยืดเวลาผ่อนมักทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้น เป็นราคาที่แลกกับการไม่ผิดนัด เมื่อรายได้ดีขึ้นจึงควรกลับมาโปะเพิ่ม

ลำดับการติดต่อเมื่อมีหลายเจ้าหนี้

ถ้ามีหนี้หลายก้อน ให้เริ่มจากหนี้ที่กระทบความเป็นอยู่มากที่สุดก่อน เช่น ค่าเช่าที่พักหรือสินเชื่อที่มีทรัพย์สินจำเป็นเป็นหลักประกัน ตามด้วยหนี้ที่ใกล้ผิดนัดที่สุด การคุยก่อนครบกำหนดจะได้ทางเลือกมากกว่าการคุยหลังจากค้างชำระไปแล้วหลายงวด

ประโยคที่ใช้ได้จริง

  • "ผม/ดิฉันยังตั้งใจชำระหนี้ต่อ แต่รายได้ลดลงจากเหตุผล... ตอนนี้จ่ายได้เดือนละ ... บาท มีทางเลือกใดที่ช่วยได้บ้าง"
  • "ขอทราบเงื่อนไขทั้งหมดของทางเลือกนี้ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ขอเป็นเอกสารได้ไหม"
  • "ถ้าตกลงแบบนี้ จะมีผลต่อประวัติเครดิตอย่างไร"

พูดสุภาพ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องขอโทษซ้ำไปซ้ำมา คุณกำลังแก้ปัญหา ไม่ได้ขอความเมตตา

หลังคุยเสร็จ อย่าลืม

  • จดชื่อผู้ที่คุยด้วย วันเวลา และสิ่งที่ตกลง
  • ขอข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ และอ่านก่อนเซ็น
  • ตั้งเตือนวันครบกำหนดใหม่ จ่ายตรงตามที่ตกลงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ
  • ถ้าคุยเองไม่สำเร็จ ลองศึกษาโครงการไกล่เกลี่ยหรือช่วยเหลือลูกหนี้ของหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน ซึ่งอาจเปิดรับเป็นช่วง ๆ ให้ติดตามจากช่องทางทางการเท่านั้น และระวังผู้แอบอ้างรับแก้หนี้ที่เรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า

เริ่มใช้กับ FinFun

อัปเดตค่างวดขั้นต่ำและอัตราดอกเบี้ยใหม่ของหนี้แต่ละก้อนในหน้า หนี้สิน ทันทีที่เจรจาสำเร็จ เพื่อให้คำแนะนำกลยุทธ์ตรงกับความจริง และใช้หน้า แผนการเงิน จัดสรรรายรับให้ค่าใช้จ่ายจำเป็นและค่างวดใหม่ลงตัวก่อนเดือนถัดไปจะเริ่ม