ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่หลายบ้านเจอรายจ่ายชนกัน ทั้งค่าเทอม ค่าซ่อมบ้านก่อนหน้าฝน และบิลหลังเทศกาล ข้อความ "อนุมัติไว รู้ผลใน 5 นาที" จึงดูน่าสนใจเป็นพิเศษ สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่สิ่งเลวร้าย มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยได้จริงในบางสถานการณ์ แต่เพราะมันง่าย เราจึงต้องหยุดคิดให้นานกว่าเวลาที่ใช้กดสมัคร

หมวดความจำเป็น

ข้อ 1: เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไร

แยกให้ออกระหว่าง จำเป็น กับ อยากได้ ค่ารักษาพยาบาลเร่งด่วนหรือซ่อมสิ่งที่ใช้ทำมาหากินเป็นเรื่องหนึ่ง แต่มือถือรุ่นใหม่หรือทริปต่างประเทศเป็นอีกเรื่อง ถ้าเป็นของที่อยากได้ ลองถามว่ารอเก็บเงินสักหกเดือนได้ไหม ส่วนใหญ่คำตอบคือได้

ข้อ 2: มีทางอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่าไหม

ก่อนกู้ ลองไล่ดูเงินสำรองของตัวเอง สวัสดิการที่ทำงาน สหกรณ์ที่เป็นสมาชิก หรือการขายของที่ไม่ใช้ บางครั้งการขอผ่อนค่าใช้จ่ายกับผู้ให้บริการโดยตรง เช่น โรงเรียนหรือโรงพยาบาล อาจมีต้นทุนต่ำกว่าการกู้ก้อนใหม่

หมวดตัวเลข

ข้อ 3: ค่างวดกินรายได้กี่เปอร์เซ็นต์

รวมค่างวดหนี้ทุกก้อนที่มีอยู่แล้วบวกค่างวดใหม่ แล้วหารด้วยรายได้ต่อเดือน ถ้าสัดส่วนสูงจนเหลือเงินใช้ชีวิตไม่พอ หรือไม่เหลือเงินออมเลย นั่นคือสัญญาณว่ากำลังแบกเกินตัว ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่ยิ่งต่ำยิ่งปลอดภัย

ข้อ 4: ดอกเบี้ยจริงคือเท่าไหร่

ดอกเบี้ยที่โฆษณาอาจเป็นแบบคงที่ต่อเดือน ซึ่งดูต่ำกว่าดอกเบี้ยที่คิดแบบลดต้นลดดอก การเทียบข้อเสนอหลายแห่งจึงควรดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีและ ยอดที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมด ตลอดสัญญา ผู้ให้กู้ที่มีใบอนุญาตมักต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ในเอกสาร ให้ขอดูก่อนเซ็นและตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดด้วยตัวเอง

ข้อ 5: มีค่าธรรมเนียมอะไรซ่อนอยู่

อ่านหาคำเหล่านี้ในสัญญา

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือการเบิกเงิน
  • ค่าปรับจ่ายช้าและดอกเบี้ยผิดนัด
  • ค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีก่อนกำหนด
  • ประกันหรือบริการเสริมที่ถูกรวมเข้ามาโดยไม่ได้ขอ

ถ้าพนักงานบอกว่า "ไม่ต้องอ่านหรอก เหมือนกันหมด" ยิ่งต้องอ่าน

ตัวอย่าง: กู้ 50,000 บาท จ่ายคืนเท่าไหร่

"ฝน" ได้ข้อเสนอสองแบบ (ตัวเลขสมมติเพื่อเปรียบเทียบ)

  • แบบ A ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 2,700 บาท รวมจ่ายคืน 64,800 บาท
  • แบบ B ผ่อน 36 เดือน เดือนละ 2,000 บาท รวมจ่ายคืน 72,000 บาท

แบบ B ค่างวดต่ำกว่า ดูสบายกว่า แต่รวมแล้วจ่ายแพงกว่าแบบ A ถึง 7,200 บาท และผูกพันนานกว่าหนึ่งปี ฝนคำนวณแล้วพบว่าจ่าย 2,700 บาทไหวโดยยังเหลือเงินออมเดือนละ 1,000 บาท จึงเลือกแบบ A และตั้งใจว่าถ้ามีเงินพิเศษจะโปะเพิ่ม หลังตรวจสอบแล้วว่าการปิดก่อนกำหนดไม่มีค่าปรับสูง

หมวดความเสี่ยง

ข้อ 6: ถ้ารายได้สะดุด จะจ่ายอย่างไร

ลองจินตนาการว่ามีเดือนที่รายได้หายไปครึ่งหนึ่ง คุณยังจ่ายค่างวดนี้ได้ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ได้เลย ควรมีเงินสำรองอย่างน้อยเท่ากับค่างวดสองสามเดือนก่อนกู้ หรือพิจารณาวงเงินที่ต่ำลง

ข้อ 7: ผู้ให้กู้น่าเชื่อถือไหม

ตรวจสอบว่าผู้ให้กู้มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ ไม่เรียกเก็บเงินก่อนปล่อยกู้ ไม่ขอรหัสผ่านหรือรหัส OTP และไม่ขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์เกินจำเป็น ถ้ามีข้อสงสัยแม้แต่ข้อเดียว อย่าเพิ่งไปต่อ

ถ้าตอบคำถามทั้งเจ็ดข้อแล้วยังรู้สึกลังเล ให้รอสักสองสามวันก่อนตัดสินใจ ข้อเสนอที่ดีจริงไม่หายไปภายในคืนเดียว และถ้าผู้ให้กู้กดดันให้รีบตัดสินใจ นั่นก็เป็นคำตอบในตัวอยู่แล้ว ระหว่างรอ ลองเขียนแผนการจ่ายคืนแบบรายเดือนจนถึงงวดสุดท้าย ถ้าเขียนออกมาแล้วเห็นเดือนที่ค่างวดชนกับรายจ่ายก้อนใหญ่ เช่น ค่าเทอมหรือค่าประกันรถ จะได้เตรียมรับมือไว้ก่อน

เริ่มใช้กับ FinFun

ถ้าตัดสินใจกู้แล้ว ให้บันทึกสินเชื่อก้อนนี้ในหน้า หนี้สิน ทันที พร้อมค่างวดและอัตราดอกเบี้ย เพื่อติดตามว่าเงินต้นลดลงเท่าไหร่ในแต่ละเดือน ส่วนการเช็กข้อ 3 ลองดูสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ในหน้า ห้องวางแผน ก่อนตัดสินใจ